Bangkok – Sukhothai Day 2

ตื่น 7 โมงมากินข้าวเช้าในโรงแรม เป็นบุฟเฟต์อาหารไทย แพนงไก่อร่อยมาก
แปดโมงก็ออกปั่นต่อ ข้ามสะพานกลับถนนสายเอเชียที่แยกสิงห์บุรีเหนือ
แวะปรับระนาบเบาะนั่งให้ราบกับหลักอานให้สูงขึ้นมาหน่อย จะได้ปั่นทางไกลเหยียดขาได้สบายๆ

เป็นครั้งแรกที่ปรับหลักอานขึ้นจนสูงสุดขนาดนี้ ปกติปั่นในเมืองจะนั่งกันต่ำๆ สไตล์รถโดด

วันนี้ก็ปั่นทางยาวกันอย่างเดียว แวะพัก 20 กม.แรกที่อินทร์บุรีแป๊บนึง
สายๆ หน่อยก็เข้าเขต จ.ชัยนาท

แล้วก็ปั่นต่อไปเรื่อย เริ่มล้า ปวดเมื่อยได้ที่
ระหว่างปั่นพบว่าคนขับรถบรรทุกสิบล้อจะน่ารัก ไม่เคยเบียดแฉลบเข้ามาในไหล่ทาง
ไม่เหมือนรถบัส แถมเวลารถใหญ่ๆ แซงผ่านไปจะมีลมช่วยหนุน หรือไม่ก็ช่วยตัดลมด้านหน้า
ทำให้ปั่นฉิวได้นิดนึง

จังหวะนี้ก็เริ่มแผ่วลง ปั่นชมนกชมไม้ ทุ่งนาข้างทางรั้งท้ายไปเรื่อย
ภาคกลางนี่มีนกให้ดูเยอะมาก จำพวกนกน้ำ นกทุ่งทั้งหลาย
ฝูงนกยาง นกปากห่าง นี่มีอยู่เต็มทุ่งนาเลย นกแซงแซวก็เยอะ ได้เห็นนกกระเต็นด้วย

พอเที่ยงก็เฉี่ยวผ่านเขต จ.อุทัยธานี ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปเข้า จ.นครสวรรค์
@ipats ฟิตมาก ปั่นฉิวล้ำหน้าไปตลอด ส่วนผมก็รั้งท้ายอย่างเดียว หมดแรงจริงๆ
พอเข้าเขตนครสวรรค์ เริ่มเจอเนินเขา ชีวิตเริ่มนรก
ช่วง อ.พยุหะคีรี มีเนินลาดเตี้ยๆ แต่ยาว สลับไปเป็นระยะ กินแรงมาก
พอจังหวะลงเนินอยากจะปล่อยไหลพักขา แต่มองเห็นเนินอยู่ข้างหน้ารออยู่อีก
ก็ต้องปั่นอัดส่งแรงให้รถพุ่งเร็วๆ จะได้ขึ้นเนินสบายๆ
เป็นอย่างนี้อยู่ 2-3 ชม. แทบตาย

ส่วน @ipats ยังฟิตไม่เลิก ขนาดโบกให้แวะปั๊มข้างทางยังไม่ยอมจอด นึกว่าบอกให้ปั่นต่อไป – -”
เกือบๆ บ่ายสามก็ถึงตัวเมืองนครสวรรค์ เจอนนรกด่านสุดท้ายในขณะที่ขาและก้นระบมสุดๆ
ต้องปั่นข้ามสะพานเดชาติวงศ์ โคตรชันเลยครับ พอพ้นมาได้ก็หาร้านกินข้าวทันที

@tpagon แนะนำร้านลูกชิ้นปลาโกเนี้ยว ดีเหมือนกัน เพิ่งกินเมื่อปลายปีก่อน อร่อยดี

สั่งกินกันพอท้วมๆ คนละสองสามอย่าง อาหารเค้ามีหลากหลาย ไม่ได้มีแต่ลูกชิ้น ^_^

@ipats เริ่มมีอาการ บอกว่าครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้แดด แต่ดูแล้วก็ไม่เป็นอะไรมาก
ฟิตซะขนาดนั้น

มาดูเส้นทางกันต่อ เมืองต่อไปคือพิจิตร อีกประมาณ 80-90 กม. วันนี้ปั่นมาได้ 100 กม.แล้ว
อีก 2-3 ชม.ก็ฟ้ามืดแน่ กลัวว่าจะไปนอนกลางนา ทางที่จะปั่นไปก็ไม่แน่ว่าจะมีตัวเมืองให้ผ่านรึเปล่า
เพราะคงไม่แวะเข้าไปในตัว จ.พิจิตรแน่ เพราะแยกเข้าไปลึก แถมดูกันแล้วก็ไม่น่าจะปั่นต่อกันไหวด้วย

เลยปรึกษากันว่าจุดประสงค์คือไปเที่ยวสุโขทัย ถ้าคืนนี้นอนนครสวรรค์ พรุ่งนี้ปั่นต่อถึงพิษณุโลก
ได้ถึงสุโขทัยบ่ายวันอาทิตย์ แล้วต้องกลับเลย ผิดจุดประสงค์แน่นอน
เลยตัดสินใจ ปั่นย้อนกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานีนครสวรรค์ อีกประมาณ 5 กม.
แถมต้องปั่นขึ้นสะพานเดชาฯ กลับอีก T_T

ถึงสถานีรถไฟ มีรถขาขึ้นไปพิษณุโลกตอน 18:30 น.
@ipats จับจองที่พักผ่อนรอทันที
ถึงเวลา รถไฟก็มาตอน 19:30 น. เยี่ยม -*-
ขนจักรยานไปไว้ในตู้สัมภาระ แล้วก็นั่งเฝ้ากันข้างรถเลย ที่นั่งมันเต็ม เพราะเป็นรถไฟฟรี
ค่าระวางจักรยานถ้ายกขึ้นลงเองคันละ 90 บาท ถ้าให้เจ้าหน้าที่ขนขึ้นลงให้ คันละ 120 บาท
เราก็ยกเองสิ เสียค่าเชือกมัดอีก 20 บาท
เกือบ 4 ทุ่มก็ถึงพิษณุโลก วนหาโรงแรมพัก เจอใกล้ๆ สถานีรถไฟ ชื่อโรงแรมสมัยนิยม
คงจะเป็นโรงแรมตามสมัยนิยมจริงๆ เมื่อสัก 30 ปีที่แล้ว บรรยากาศวังเวงมาก แต่ค่าห้องถูก
เตียงคู่ห้องละ 350 บาท เอารถเข้าไปเก็บใต้ล็อบบี้ได้ ก็เลยโอเค

อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วก็ออกมาเดินหาข้าวกินในตลาดไนท์บาซาร์ ปรากฏว่ามันปิดหมดแล้วเกือบทุกร้าน -*-
โทรถามเพื่ิอนสมาชิกเมเจอร์ไบค์ที่เป็นคนพิษณุโลก ได้คำแนะนำเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อแสนอร่อยมา
ก็เดินไปกัน ไม่ไกลมาก ร้านธง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อวัว กับหมูสะเต๊ะ ขายคู่กัน
เลยสั่งมาทั้งสองอย่าง


อร่อยสมคำแนะนำจริงๆ เนื้อนุ่ม ลูกชิ้นเด้ง น้ำซุปอร่อย
หมูสะเต๊ะก็หอมเครื่องเทศ ปิ้งมาร้อนๆ เคี้ยวนุ่มฟันมาก ^_^

เดินกลับโรงแรม แล้วก็กะย่องกะแย่งขึ้นบันได
ได้ครีมเคาน์เตอร์เพนช่วยชีวิตก่อนนอนอีกตามเคย (นายแบบโดย @hypermale)

2 thoughts on “Bangkok – Sukhothai Day 2”

  1. ฮะ…ฮ้า…เก่งงะ ทำได้ไง ถึงนครสวรรค์ด้วย
    ที่หลังไม่มีที่นอน ให้นอนบ้านหนูได้น๊ะเนียะ หน้าบ้านยังว่างเพียบเลย พี่ด๊อก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *