ร้านรำพึง สิงห์บุรี

ร้านดังแห่งเมืองสิงห์บุรี จากที่ปั่นจักรยานทางไกลวันแรก
คืนแรกแวะนอนสิงห์บุรีเลยได้มีโอกาสไปกิน ตามคำแนะนำของ รปภ.ประจำโรงแรมที่พัก
มารู้ทีหลังว่าเป็นร้านดังจริงๆ มีคนพูดถึง แนะนำกันเยอะ

ปั่นจักรยานไปกินกัน ทำเอาลูกค้าในร้านแตกตื่นกันเล็กน้อย เห็นชี้ชวนลูกหลานให้ดูแก๊งจักรยานกันใหญ่
ทางร้านก็ใจดี ให้เอารถเข้าไปจอดในร้านได้เลย

มาดูเมนูกันก่อน
IMG_0203
ราคาจัดว่าอยู่ในระดับพรีเมี่ยมเล็กน้อย

ร้านนี้ดังเรื่องปลา สิงห์บุรีก็เป็นเมืองปลา ก็พยายามกินปลาหลายๆ อย่าง
เสียดายไม่ได้กินปลาม้า อย่างที่ @roofimon ทวีตแนะนำมาตอนหลัง

จานแรก เบสิคก่อนด้วยทอดมันปลากราย
IMG_0204
อร่อยครับ เหนียวนุ่มหนึบดีมาก รสชาติกำลังดี

ต่อด้วย แกงป่าปลาเนื้ออ่อน
IMG_0205
นี่ก็อร่อย ปลาเนื้ออ่อนรสหวานนุ่มลิ้น ก้างแกะง่าย น้ำแกงรสไม่จัดเกินไป

กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ราคาตามขนาด
IMG_0206
จานนี้กินเสร็จถึงรู้ว่า 500 บาท O_o! มีกุ้งนับจากที่กินเจอหัวกุ้งแล้ว น่าจะ 2 ตัวเท่านั้น
แต่สับมาเป็นชิ้นเล็ก กระเทียมโรยปกปิดความน้อย อร่อยสมกับเป็นกุ้ง แต่ไม่ประทับใจ (แพงด้วย)

เม็ดมะม่วงผัดปลาช่อนกรอบ
IMG_0207
จานนี้เด็ดสุด ชอบกันมาก กินกับข้าวก็เยี่ยม กินเป็นกับแกล้มก็แจ๋ว
เนื้อปลาช่อนทอดกรอบไม่กระด้าง เม็ดมะม่วงก็ให้แบบไม่ขี้เหนียว พริกแห้ง พริกหยวก ต้นหอม ซอยผัดมาด้วยกัน
ตักเข้าปากเคี้ยวพร้อมกันแล้วมันดีมาก

จานสุดท้าย ปลาไวเซเลียนึ่งซีอิ้ว
IMG_0208
ปลาชื่อแปลก เนื้อคล้ายปลาหิมะ แต่ไม่มันเท่า กินคำแรกอร่อยจริงๆ
แต่พอกินไปซักพักรู้สึกว่ามันจืดไปนิด เหมือนซีอิ๊วยังไม่เข้าถึงเนื้อปลา
ถามคุณลุงรำพึง เจ้าของร้าน บอกว่าปลานี้สั่งมาจากอเมริกา เพราะตอนไปสอนทำอาหารที่นั่น
หาปลาม้าไม่ได้ เลยใช้ปลาไวเซเลียแทน ชื่อปลาเข้าใจว่าตั้งเองตามชื่อเมืองที่ลุงไปสอนทำอาหารนั่นแหละ

ลุงรำพึงตัวจริงยังแข็งแรงฟิตเปรี๊ยะ พูดจาฉะฉานสไตล์นักเลงโบราณมาก ลุงบอกว่าอายุ 60 แล้ว
อยู่สิงห์บุรีมา 38 ปี ตั้งแต่ปลดทหารเกณฑ์ เดิมเป็นคนแปดริ้ว จับพลัดจับผลูมาทำอาหารอร่อยเลยปักหลักอยู่ที่นี่เลย

ร้านแกก็เป็นร้านดังแบบปากต่อปาก พอยุคอินเตอร์เนทก็ยิ่งมีชื่อเสียงขจรขจาย มีคนเอาไปเขียนแนะนำเยอะ
แกเลยไม่เคยง้อพวกรายการโทรทัศน์ ที่จะมาขอถ่ายทำแล้วยังต้องจ่ายเงินให้รายการอีก
ลุงบอกว่าถ้ามาถ่ายแล้วกินฟรีก็เต็มใจเลย เลี้ยงให้โต๊ะนึงเลย แต่ถ้าจะมาถ่ายแล้วต้องจ่ายเงินให้สี่ห้าหมื่นด้วยนี่
ไม่ต้องมา ป้ายหน้าร้านแกเขียนเลยว่าเชลล์ไม่ต้องมาชิม แม่ช้อยไม่ต้องมารำ คุยกันเฮฮามาก
เลยขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อย นานๆ จะได้คุยกับเจ้าของร้าน ทุกทีได้แต่กินๆ แล้วก็จ่ายตังค์
IMG_0209

ต่อไปผ่านมาเมืองสิงห์ นอกจากจะนึกถึงแต่แม่ลาปลาเผา ไพบูลย์ไก่ย่างแล้วก็มีร้านรำพึงนี่แหละ ที่จะแวะกินอีก

Bangkok – Sukhothai Day 4

วันสุดท้ายของการเที่ยว วันนี้ไม่มีการปั่นทางไกลอีกแล้ว กะจะนอนตื่นสายหน่อย หาของกิน แล้วกลับกรุงเทพ
แต่ดันตื่นเช้า ยังไม่มีใครตื่น เลยล้างหน้าเอาจักรยานออกปั่นไปหากาแฟ ปาท่องโก๋กินในตลาด
แต่ผิดหวัง ไม่มีให้กินเหมือนในตัวเมือง เลยปั่นเข้าไปในเมืองเก่าที่ลานพ่อขุนรามซะหน่อย อากาศก็ดีด้วย
วันที่ 17 มกราคมเป็นวันบวงสรวงประจำปี มีกิจกรรม เมื่อวานก็เห็นเตรียมงานกันอยู่

แถมเมื่อคืนตอนนั่งสังสรรค์อยู่หน้าบ้าน ดึกแล้วยังมีรถกระจายเสียงวนอยู่ในชุมชน ชวนให้คนออกไปประท้วง!
ได้ความว่าปกติงานบวงสรวงพ่อขุนฯ จะจัดที่เมืองเก่าทุกปี แต่ปีนี้จะเป็นปีสุดท้าย
ปีต่อไปจะย้ายไปจัดในตัวจังหวัด ที่สวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9
ดูแล้วงานนี้น่าจะเป็นการงัดข้อกันระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นที่อยู่คนละขั้ว
ก็ไปวนๆ ดูบรรยากาศนิดหน่อย
IMG_0285
IMG_0286
ไม่มีอะไรมาก นักเรียนก็แต่งตัวมารำ เพลงเดิม ท่าเดิม ชุดเดิม เห็นตั้งแต่เด็ก
ชาวบ้านที่มาประท้วงก็ยืนถือป้ายผ้าอยู่บนลานอนุสาวรีย์ วนดูนิดหน่อยก็ปั่นกลับที่พัก

สายๆ เพื่อนก็ขับรถมารับเข้าเมือง ขนจักรยานขึ้นกระบะ แวะทักทายบ้านเพื่อนสนิทสองสามคน
เมื่อวานก็แวะเข้าไปดูบ้านตัวเองด้วย ให้คนเช่าอยู่ เห็นแล้วคิดถึงตอนเด็กๆ ที่โตมาแถวนั้น

พอใกล้เที่ยงก็เดินทางกลับพิษณุโลก แวะกินข้าวกลางวันที่ อ.กงไกรลาศอีกที
เป็นก๋วยเตี๋ยวดู๋ดี๋ต้มยำคล้ายกับที่เคยกินบ่อยๆ สมัยทำงาน/เรียนที่ชลบุรี
ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊ษา รู้สึกจะเป็นร้านดังของที่นี่ด้วย
ก็อร่อยใช้ได้ ใครผ่านไปแถวนั้นแนะนำให้แวะกิน ร้านติดถนนใหญ่ หาไม่ยาก
IMG_0292IMG_0294
IMG_0295IMG_0291

เกือบบ่ายสองก็ถึงสถานีรถไฟพิษณุโลก มีรถเที่ยวล่อง ตอนบ่ายสองครึ่ง เป็นรถไฟฟรีไปกรุงเทพ
ก็ไปรับตั๋วฟรี แล้วก็จ่ายค่าระวางจักรยาน ราคาเดิม คันละ 90 บาท
IMG_0301
IMG_0300

รถไฟมาสี่โมงเย็น สุดยอดรถไฟไทย แถมไปไม่ได้อีก เค้าบอกว่าตู้สัมภาระเต็ม เอาจักรยานขึ้นไม่ได้
เบิ้มชะโงกเข้าไปดูในตู้ บอกว่าพอมีที่ว่าง แต่เค้าเอากล่องวางเรียงเต็มพื้น ยังไม่ได้ซ้อนกัน
คนคุมรถไฟเลยไล่ให้ไปขบวนถัดไปด้วยหัวใจเปี่ยมการให้บริการ
โอเค ไม่ว่ากัน เค้าบอกว่าถ้าเอาจักรยานขึ้นจะเกะกะการขนของขึ้นลงของเค้า

ซื้อตั๋วใหม่ เที่ยวนี้ไม่ฟรีด้วย ชั้นสาม คนละ 177 บาท ขบวนนี้ไม่มีล่าช้า 19:20 น.แน่นอน
เพราะเป็นต้นทางพิษณุโลก ไม่เหมือนขบวนเมื่อตอนบ่ายที่รถวิ่งมาจากเชียงใหม่
ก็นั่งๆ นอนๆ รอกันอยู่แถวนั้น
IMG_0304

พอเย็นก็เลยซื้อของกินแถวตลาดหน้าสถานีรถไฟมานั่งกินฆ่าเวลา
เจอปาท่องโก๋ขายด้วย เลยซื้อมากินให้หายเก็บกดซะ 10 ตัว

มีลุงคนนึงเห็นเราเอาจักรยานมาจอดเรียงรายอยู่ ก็เดินมาคุยด้วย
ใส่เสื้อบอกยี่ห้อว่าเป็นนักปั่นเหมือนกัน เสื้อจักรยานแบบรัดรูปมียี่ห้อรถจักรยานติดเต็มไปหมดนั่นแหละ
ลุงอายุ 67 แล้วบอกว่าปั่นมา 7 ปีตั้งแต่หลังเกษียณราชการ
ไปมาทั่ว ปั่นคนเดียวด้วย แข็งแรงมาก แต่ลุงบอกว่าอยากสนุกให้ปั่นคนเดียวไปหาเพื่อนเอาข้างหน้า
ปั่นเป็นกลุ่มแบบพวกเรามันอุ่นใจสบายใจเกินไป แถมบอกว่าขึ้นรถไฟกลับทำไม ให้ปั่นกลับสิ
เราก็นึกในใจว่าลุงเกษียณแล้วนี่ จะปั่นกี่วันกี่เดือนก็ได้ (ฮา)

รถไฟออกตรงเวลาจริงด้วย ขนจักรยานขึ้นแล้วก็ไปนั่งหลับๆ ตื่นๆ กัน
IMG_0309

ถึงกรุงเทพตอนตีสามกว่าๆ ลงที่สถานีบางเขน
น่ากลัวมาก ไม่มีใครลงเลย มีแต่เรา 4 คน กับกล่องสัมภาระบางส่วนที่ลงปลายทางที่นี่
ก็จะมีพนักงานรถไฟเข็นรถเข็นมาขนกล่องพวกนั้นไปเก็บที่สถานี

เราก็ปั่นกลับบ้านกันต่อ ปวดขา ปวดก้นมาก
IMG_0311
ได้นอนกันราวๆ เช้ามืด สลบกันไปทั้งวัน

ทริปนี้ทำให้เรารู้ว่า
* ถุงน้ำมีประโยชน์ไม่ใช่แค่เฉพาะในป่า ทางถนนราดยางไกลๆ ก็ควรมีติดไว้
* รถฟรีไรด์แบบเราก็ไปไหนไกลๆ ได้ แต่มันเหนื่อยกว่าชาวบ้านมาก
* อย่าคาดหวังอะไรมากกับรถไฟ ระหว่างทางผมเห็นป้ายประท้วงแปะตามสถานีว่า คนรถไฟจะไม่ยอมให้รัฐอนุญาตให้เอกชนเอารถมาวิ่งด้วย เพราะจะขูดรีดประชาชน อืม…

Bangkok – Sukhothai Day 3

วันนี้ออกสายเกือบเก้าโมง เบิ้มบอกว่านอนไม่ค่อยหลับ ห้องเก่าๆ ของโรงแรมมันหลอน
ส่วนผมหลับไม่รู้เรื่อง ออกปั่นพ้นเมืองพิษณุโลกมาได้สามสี่กิโล ก็แวะกินข้าวเช้า
ที่ร้านข้าวมันไก่ ต้มเลือดหมู
IMG_0235
รสชาติธรรมดาแบบร้านข้างทางทั่วไป

ช่วงเช้าตั้งใจจะปั่นไปพักที่ อ.กงไกรลาสก่อน อีก 40 กม. ก็ลุยเลย
วันนี้ก้นชาแล้ว เบิ้มบอกว่าชาจนตอนแวะฉี่ข้างทางแล้วพบว่าไม่มีความรู้สึก น่ากลัวมาก
จบทริปนี้จะเป็นหมันกันรึเปล่าฟระ

ไม่นานก็เข้าเขต จ.สุโขทัยตอนเกือบๆ 11 โมง
IMG_0236
@ipats ดูดน้ำจากเบิ้ม โรแมนติกมาก

แวะอีกทีที่ตัวอำเภอกงไกรลาส เติมพลังด้วยเป๊บซี่ใส่เกลือกับ M-150
IMG_0237

โทรบอกเพื่อนว่าอีกไม่เกิน 2 ชม.จะถึงบ้านมัน แล้วก็ปั่นไป บ่ายโมงกว่าๆ ก็รอดชีวิต
เพื่อนกำลังแพ็คขนมอยู่ ก็ไปนั่งพัก กินน้ำ เก็บจักรยาน
แล้วให้มันขับพาไปกินข้าวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย เจ๊แฮ ร้านรับแขกบ้านแขกเมืองของที่นี่
พาใครไปเที่ยวทีไรก็ต้องพาไปกิน
IMG_0246
IMG_0243IMG_0242
IMG_0241IMG_0240
IMG_0244IMG_0245
ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ ต้องเป็นหมูสดต้ม ผักเป็นถัวฝักยาวหั่นแฉลบ ก๋วยเตี๋ยวแห้งใส่น้ำตาลปี๊บ
โรยกากหมูทอด อร่อยน้ำตาไหล มีผัดไทยกุ้งสดกับหมูสะเต๊ะกินเล่น
ล้างปากด้วยของหวาน ขนมเทียนสะบัดงากับไอติมกะทิ

แล้วไปหาที่พักแถวย่านเมืองเก่า ใช้ความเป็นคนพื้นที่เจรจาขอเช่าบ้านจากหลังละ 600/คืน
เป็น 2 หลัง 700 บาท ^_^
IMG_0247

ได้บ้านพักแล้วก็กลับเข้าเมือง ไปเอาจักรยานปั่นจักรยานออกมาอีก 12 กม.
แวะเข้าไปเที่ยวในเมืองเก่าก่อน
IMG_0255

ถ่ายกับป้ายหน้าเมืองเก่าแล้วก็เข้าไปปั่นวนๆ ด้านใน ให้คนไม่เคยมาได้ตื่นตาตื่นใจเล่น
IMG_0259
IMG_0262

พอฟ้ามืดก็กลับเข้าบ้านพัก อาบน้ำแต่งตัว ออกหาของกิน
แวะที่ร้าน Coffee Cup อารมณ์ประมาณถนนข้าวสารในกรุงเทพ เมืองท่องเที่ยวที่ไหนก็คงอย่างนี้
IMG_0264

อาหารก็มีตามมาตรฐานร้านขายฝรั่ง ข้าวผัด สปาเก็ตตี้ ราดหน้า ยำผักบุ้งกรอบ ฯลฯ
สั่งของกินกันพอเป็นพิธี ต่อรองเจ้าของร้านบอกว่าขอราคาคนไทย โดนไปพันสอง (หนักไปที่เบียร์ซะมาก)
IMG_0265IMG_0266
IMG_0268IMG_0269

ร้านปิดแค่ 4 ทุ่ม!! ยังดีที่เมืองเก่าเจริญพอที่จะมี 7-11 แล้ว เลยซื้อของกินเดินกลับเข้าไปกินในบ้านพัก
แล้วก็สลบไปหลังเที่ยงคืนนิดหน่อย สรุปวันนี้ปั่นกันประมาณ 70 กม.นิดๆ

Bangkok – Sukhothai Day 2

ตื่น 7 โมงมากินข้าวเช้าในโรงแรม เป็นบุฟเฟต์อาหารไทย แพนงไก่อร่อยมาก
แปดโมงก็ออกปั่นต่อ ข้ามสะพานกลับถนนสายเอเชียที่แยกสิงห์บุรีเหนือ
แวะปรับระนาบเบาะนั่งให้ราบกับหลักอานให้สูงขึ้นมาหน่อย จะได้ปั่นทางไกลเหยียดขาได้สบายๆ
IMG_0216
เป็นครั้งแรกที่ปรับหลักอานขึ้นจนสูงสุดขนาดนี้ ปกติปั่นในเมืองจะนั่งกันต่ำๆ สไตล์รถโดด

วันนี้ก็ปั่นทางยาวกันอย่างเดียว แวะพัก 20 กม.แรกที่อินทร์บุรีแป๊บนึง
สายๆ หน่อยก็เข้าเขต จ.ชัยนาท
IMG_0220

แล้วก็ปั่นต่อไปเรื่อย เริ่มล้า ปวดเมื่อยได้ที่
ระหว่างปั่นพบว่าคนขับรถบรรทุกสิบล้อจะน่ารัก ไม่เคยเบียดแฉลบเข้ามาในไหล่ทาง
ไม่เหมือนรถบัส แถมเวลารถใหญ่ๆ แซงผ่านไปจะมีลมช่วยหนุน หรือไม่ก็ช่วยตัดลมด้านหน้า
ทำให้ปั่นฉิวได้นิดนึง

จังหวะนี้ก็เริ่มแผ่วลง ปั่นชมนกชมไม้ ทุ่งนาข้างทางรั้งท้ายไปเรื่อย
ภาคกลางนี่มีนกให้ดูเยอะมาก จำพวกนกน้ำ นกทุ่งทั้งหลาย
ฝูงนกยาง นกปากห่าง นี่มีอยู่เต็มทุ่งนาเลย นกแซงแซวก็เยอะ ได้เห็นนกกระเต็นด้วย

พอเที่ยงก็เฉี่ยวผ่านเขต จ.อุทัยธานี ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปเข้า จ.นครสวรรค์
IMG_0222

@ipats ฟิตมาก ปั่นฉิวล้ำหน้าไปตลอด ส่วนผมก็รั้งท้ายอย่างเดียว หมดแรงจริงๆ
พอเข้าเขตนครสวรรค์ เริ่มเจอเนินเขา ชีวิตเริ่มนรก
ช่วง อ.พยุหะคีรี มีเนินลาดเตี้ยๆ แต่ยาว สลับไปเป็นระยะ กินแรงมาก
พอจังหวะลงเนินอยากจะปล่อยไหลพักขา แต่มองเห็นเนินอยู่ข้างหน้ารออยู่อีก
ก็ต้องปั่นอัดส่งแรงให้รถพุ่งเร็วๆ จะได้ขึ้นเนินสบายๆ
เป็นอย่างนี้อยู่ 2-3 ชม. แทบตาย

ส่วน @ipats ยังฟิตไม่เลิก ขนาดโบกให้แวะปั๊มข้างทางยังไม่ยอมจอด นึกว่าบอกให้ปั่นต่อไป – -”
เกือบๆ บ่ายสามก็ถึงตัวเมืองนครสวรรค์ เจอนนรกด่านสุดท้ายในขณะที่ขาและก้นระบมสุดๆ
ต้องปั่นข้ามสะพานเดชาติวงศ์ โคตรชันเลยครับ พอพ้นมาได้ก็หาร้านกินข้าวทันที

@tpagon แนะนำร้านลูกชิ้นปลาโกเนี้ยว ดีเหมือนกัน เพิ่งกินเมื่อปลายปีก่อน อร่อยดี
IMG_0223
สั่งกินกันพอท้วมๆ คนละสองสามอย่าง อาหารเค้ามีหลากหลาย ไม่ได้มีแต่ลูกชิ้น ^_^

@ipats เริ่มมีอาการ บอกว่าครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้แดด แต่ดูแล้วก็ไม่เป็นอะไรมาก
ฟิตซะขนาดนั้น

มาดูเส้นทางกันต่อ เมืองต่อไปคือพิจิตร อีกประมาณ 80-90 กม. วันนี้ปั่นมาได้ 100 กม.แล้ว
อีก 2-3 ชม.ก็ฟ้ามืดแน่ กลัวว่าจะไปนอนกลางนา ทางที่จะปั่นไปก็ไม่แน่ว่าจะมีตัวเมืองให้ผ่านรึเปล่า
เพราะคงไม่แวะเข้าไปในตัว จ.พิจิตรแน่ เพราะแยกเข้าไปลึก แถมดูกันแล้วก็ไม่น่าจะปั่นต่อกันไหวด้วย

เลยปรึกษากันว่าจุดประสงค์คือไปเที่ยวสุโขทัย ถ้าคืนนี้นอนนครสวรรค์ พรุ่งนี้ปั่นต่อถึงพิษณุโลก
ได้ถึงสุโขทัยบ่ายวันอาทิตย์ แล้วต้องกลับเลย ผิดจุดประสงค์แน่นอน
เลยตัดสินใจ ปั่นย้อนกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานีนครสวรรค์ อีกประมาณ 5 กม.
แถมต้องปั่นขึ้นสะพานเดชาฯ กลับอีก T_T

ถึงสถานีรถไฟ มีรถขาขึ้นไปพิษณุโลกตอน 18:30 น.
@ipats จับจองที่พักผ่อนรอทันที
IMG_0224

ถึงเวลา รถไฟก็มาตอน 19:30 น. เยี่ยม -*-
ขนจักรยานไปไว้ในตู้สัมภาระ แล้วก็นั่งเฝ้ากันข้างรถเลย ที่นั่งมันเต็ม เพราะเป็นรถไฟฟรี
ค่าระวางจักรยานถ้ายกขึ้นลงเองคันละ 90 บาท ถ้าให้เจ้าหน้าที่ขนขึ้นลงให้ คันละ 120 บาท
เราก็ยกเองสิ เสียค่าเชือกมัดอีก 20 บาท
IMG_0226

เกือบ 4 ทุ่มก็ถึงพิษณุโลก วนหาโรงแรมพัก เจอใกล้ๆ สถานีรถไฟ ชื่อโรงแรมสมัยนิยม
คงจะเป็นโรงแรมตามสมัยนิยมจริงๆ เมื่อสัก 30 ปีที่แล้ว บรรยากาศวังเวงมาก แต่ค่าห้องถูก
เตียงคู่ห้องละ 350 บาท เอารถเข้าไปเก็บใต้ล็อบบี้ได้ ก็เลยโอเค

อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วก็ออกมาเดินหาข้าวกินในตลาดไนท์บาซาร์ ปรากฏว่ามันปิดหมดแล้วเกือบทุกร้าน -*-
โทรถามเพื่ิอนสมาชิกเมเจอร์ไบค์ที่เป็นคนพิษณุโลก ได้คำแนะนำเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อแสนอร่อยมา
ก็เดินไปกัน ไม่ไกลมาก ร้านธง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อวัว กับหมูสะเต๊ะ ขายคู่กัน
เลยสั่งมาทั้งสองอย่าง
IMG_0229
IMG_0230

อร่อยสมคำแนะนำจริงๆ เนื้อนุ่ม ลูกชิ้นเด้ง น้ำซุปอร่อย
หมูสะเต๊ะก็หอมเครื่องเทศ ปิ้งมาร้อนๆ เคี้ยวนุ่มฟันมาก ^_^

เดินกลับโรงแรม แล้วก็กะย่องกะแย่งขึ้นบันได
ได้ครีมเคาน์เตอร์เพนช่วยชีวิตก่อนนอนอีกตามเคย (นายแบบโดย @hypermale)
IMG_0234

Bangkok – Sukhothai Day 1

ชวนหนุ่มๆ ที่บ้าน @hypermale กับ @ipats ไปเที่ยวบ้านเกิดผม ที่ จ.สุโขทัย
ไปโพสบอกพี่ๆ น้องๆ ใน Majorbike ด้วย เลยได้ เบิ้ม มาร่วมปั่นด้วยอีกคน
เบิ้มฟิตมาก ตัดสติ๊กเกอร์ทำเสื้อยืดอวดทันที แถมตัดมาเผื่อด้วย 3 ชุด เลยซื้อเสื้อยืดขาว FBT จากโลตัส
มาคนละตัว แล้วก็พ่นสีสเปรย์ ทำคืนก่อนออกปั่น แป๊บเดียวก็เสร็จ

เช้า 6 โมง ก็ตื่นอาบน้ำเก็บของใส่เป้ เลือกแต่ของจำเป็น ให้กระเป๋าเบาที่สุด
ออกจากบ้าน 7 โมงครึ่ง

เป็นครั้งแรกที่จะออกปั่นกันไกลๆ ขนาดนี้ แถมใช้รถไม่ถูกประเภทด้วย
ปกติการปั่นทางไกลจะมีจักรยานที่เรียกว่าทัวริ่ง รถเบาๆ มีตะแกรงติดข้างล้อหน้าหลังใส่กระเป๋าสัมภาระ
ล้อเล็กๆ หน่อย เรามีแต่รถฟรีไรด์กึ่งดาวน์ฮิลที่เอาไว้ใช้ลงเขา โช้คยุบนุ่มนิ่มยวบยาบ กินแรงปั่นตอนทางเรียบน่าดู
แต่ก็น่าสนุกดี
IMG_0172

ที่จริงเสื้อทำสกรีน(แบบพ่นสเปรย์)ด้านหลัง แต่นึกขึ้นได้ว่าตอนใส่แล้วสะพายเป้มันจะไม่เห็น
เลยกลับด้านมาใส่ด้านหน้าแทน ใส่ทับเสื้อแขนยาวกันแดดอีกที
IMG_0169

ปั่นออกจากรัชวิภา ไปตามเส้นวิภาวดีรังสิต ชั่วโมงต่อมาก็ถึงแยกฟิวเจอร์พาร์ค
IMG_0173

เริ่มหิวข้าว ตอนแรกจะกินในตลาดรังสิต แต่แข็งใจออกไปต่ออีกหน่อย
ผ่าน ม.กรุงเทพ ทัศนียภาพโดดเด่นมาก อยากนั่งกินข้าวแถวนี้นานๆ แต่ไม่รู้จะกินอะไร
เลยตัดใจปั่นต่อ กะว่าไปกินแถวธรรมศาสตร์รังสิต วิวคงดีไม่แพ้กัน แต่คิดผิดครับ
เลยได้ไปกินอาหารอิสลามที่เลยไปอีกหน่อยแทน
IMG_0174
อัดโปรตีนด้วยข้าวหมกไก่/เนื้อ และซุปเนื้อรสแซ่บ และน้ำฝรั่งเพิ่มวิตามินซี
ถึงตอนนี้ก็ออกจากกรุงเทพได้ประมาณ 37 กม. แล้ว

ช่วง 50 กม.แรก ถนนยังมีรถแน่น พอสายๆ หน่อย เริ่มออกนอกเมืองก็เริ่มโล่ง
แต่จะมีรถบรรทุกสิบล้อ รถบัสเยอะหน่อย แดดเริ่มร้อน
พอเจอศาลาพักข้างทาง ทุกคนต้องรีบพุ่งไปหาเบิ้ม เพราะเป็นคนเดียวแบกถุงน้ำใส่เป้มาด้วย
IMG_0176
ต้องขอบใจเบิ้มมาก ที่เสียสละแบกมา ความจริงเป้ deuter ที่ใช้กัน มันก็มีช่องใส่ถุงน้ำทุกใบ
แต่ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องแบกมาให้หนัก น้ำ 3 ลิตรก็หนักตั้ง 3 กก. ปวดหลังแย่
เอาไว้ใช้ตอนไปลงแทร็คในป่าในเขาที่ไม่มีน้ำให้กินก็พอ ปั่นบนถนนหลวงแบบนี้หาซื้อน้ำตามปั๊มไม่ยากหรอก
คิดผิดจริงๆ

ช่วงบ่าย พ้นปทุมธานีแล้วก็เข้าอ่างทอง
IMG_0177

แดดร้อนแรงสะใจมาก แต่ยังสบายๆ กันอยู่
IMG_0181IMG_0178
IMG_0183IMG_0184

ก้มหน้าก้มตาปั่นกันไป
IMG_0191
ไชโย!
IMG_0189

บ่ายสองก็แวะกินข้าวในปั๊ม ปตท.ที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง
IMG_0193

บ่ายแก่แล้วแดดยิ่งแรง เริ่มเมื่อยก้น แต่ไม่หนักเท่าปวดขา
ปั่นไปเรื่อยๆ บ่ายสามครึ่งก็เข้าเขต จ.สิงห์บุรี
IMG_0198

แวะพักศาลาข้างทางประมาณ ทุก 20-30 กม.
ต่ายกับเบิ้มลองสลับรถกันปั่น พอออกจากศาลาพบว่ายางรั่ว!
แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เรามีอุปกรณ์พร้อม
IMG_0199
แก้ไขแป๊บเดียวก็ปั่นได้ต่อ

ห้าโมงเย็นปั่นผ่านแยกสิงห์บุรีใต้ มาถึงโลตัส สิงห์บุรี คะเนกันแล้วยังมีแรงปั่นต่อได้
อีก 20 กม.ก็เข้าตัว อ.อินทร์บุรี แต่เช็คดูใน GPS พบว่าอาจไม่มีโรงแรมให้พักที่อินทร์บุรี
เลยปั่นต่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสิงห์บุรีที่แยกสิงห์บุรีเหนือ เข้าไปอีก 3 กม.ก็ถึงตัวจังหวัด
ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปวนในตัวเมือง มองหาโรงแรมที่น่าจะเอาจักรยานเข้าไปเก็บได้ปลอดภัย

เจอโรงแรมที่น่าจะหรูสุดในเมืองสิงห์บุรีแล้วมั้ง ไชยแสงพาเลซ (สิงห์บุรีพาเลซเดิม)
เพราะมองไปทางไหน ห้างร้านใหญ่ๆ มีชื่อ ไชยแสง หมดเลย คงเป็นตระกูลเศรษฐีใหญ่
เดี๋ยวต้องถาม @kengggg เพราะจำได้ว่าเป็นคนเมืองสิงห์

โรงแรมห้องเตียงคู่คืนละ 600 บาท ใต้โรงแรมมีห้องเก็บของที่เอาจักรยานไปเก็บได้ ล็อคแน่นหนาปลอดภัย
บริการดี ห้องก็ดี วิวริมน้ำก็สวยใช้ได้ ถ้าใครมาสิงห์บุรีจะแนะนำให้พักที่นี่เลย
IMG_0213

ตอนค่ำก็ปั่นออกไปกินข้าวในตลาด ได้คำแนะนำว่าต้องไปกินปลาที่ร้านรำพึง
อร่อยดีเหมือนกันครับ โดยเฉพาะปลาช่อนกรอบผัดเม็ดมะม่วง แต่ราคาก็สูงนิดนึง
เสียดายไม่ทันได้สั่งเมนูปลาม้าที่ @roofimon แนะนำ
เดี๋ยวจะบล็อกเรื่องร้านอาหารแต่ละจังหวัดแยกไว้ต่างหากอีกที รูปเยอะแล้ว

วันแรกผ่านไปด้วยดี ออกจากกรุงเทพมาได้ 140 กม. ยังไม่เจ็บก้นมาก แต่ปวดขาหนักหน่อย
ต้องหาซื้อเคาน์เตอร์เพนมาถูนวดก่อนนอน ^_^v