Strida: A Whole New Way To Move

ได้มาเป็นของขวัญวันเกิดเมื่ออาทิตย์ก่อน ชอบใจมาก เพราะเคยเล็งอยู่นาน
ก่อนนี้เคยได้ลองขี่ Strida ตัวเวอร์ชั่น 3 ของพี่ poommm พี่ชายร่างเล็กใจดี
หนึ่งในกูรูรถพับที่มีอยู่ไม่กี่คนในวงการ

Strida 5 (ภาพจาก www.SiamStrida.com
ตัวนี้เป็นเวอร์ชั่น 5 แล้ว เปิดตัวมาได้ปีกว่าๆ สิ่งที่ปรับปรุงขึ้นคือจานหน้าสวยกว่าเดิม
และเปลี่ยนจากเบรคดุมมาเป็นเคเบิ้ลดิสเบรค แล้วก็ราคาแพงขึ้นจากหมื่นกลางๆ มาเป็นหมื่นปลายๆ

บางคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตารถทรงนี้ทางทีวีมาบ้าง เพราะมีดารา นักร้อง พิธีกรหนุ่มใหญ่
พี่ฮาร์ท สุทธิพงษ์ ทัดพิทักษ์กุล ใช้งานเป็นประจำ จนเหมือนเป็นพรีเซนเตอร์ไปกลายๆ
เคยแบกรถพับคันเก่าขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าพระจันทร์ ยังได้ยินเสียงซุบซิบว่า “เหมือนของพี่ฮาร์ทไง”

จากการทดลองใช้งานปั่นไปทำงานแล้วสองวันเต็ม ไม่รวมปั่นเล่นแถวบ้าน
พบว่า ตอนปั่นแรกๆ เข้าใจทันทีว่าฉายา “สิงห์หน้าไว” เป็นยังไง
แต่พอปั่นไปซักพักก็จะปรับตัวได้ไปเอง พอคล่องแล้วก็จะกลายเป็นสนุก
เพราะช่วงเลี้ยวมันแคบ และขนาดที่เล็กทำให้เลื้อยได้คล่องแคล่วดี

อัตราทดแบบไม่มีเกียร์ของสไตรด้า จานหน้า 100 ฟัน จานหลัง 30 ฟัน
ขนาดล้อ 16 นิ้ว ทำให้ปั่นได้สบายๆ ตามนิยามของพี่ poommm ว่า
“ต้นลื่น กลางไหล ปลายไม่มี” ถ้าเป็นอัตราทดขนาดนี้ แต่ล้อขนาด 26 นิ้ว
เหมือน Specialized P3 ที่ใช้ประจำ ปั่นได้กิโลเดียวคงเข่าเสื่อม

วันแรกที่ปั่นไปทำงานก็เจอรับน้องเลย ฟุตบาทหน้า ปตท.สำนักงานใหญ่
โดนรื้อแผ่นปูนออกเหลือแต่พื้นทราย ขนาดหน้าล้อกว้างแค่ 1.5 นิ้วของสไตรด้าไปไม่รอด
ก็จูงตามระเบียบ ถ้าเป็น P3 ที่หน้าล้อกว้าง 2.4 นิ้ว ก็จะปั่นได้ฉลุย
ทำความเร็วได้ไม่เกิน 20 กม./ชม. อึดอัดใจเล็กน้อย เพราะอัดตามเจ้าโน่ไม่ทัน
เวลาเจอทางคับขันจะโดดข้าม หรือปีนฟุตบาทอย่างเคยก็ทำไมได้ ต้องไปแบบใจเย็น
และทนุถนอมรถหน่อย

ขากลับแจ็คพ็อตอีก เจอฝนนอกฤดูกระหน่ำ เลยได้ลองพับขึ้น BTS จากอารีย์มาลงหมอชิต
ฝนยังตกอยู่ แต่ซาลงบ้าง เลยได้ปั่นลุยฝนกลับบ้าน ต้องใช้สมาธิสูง คอยระวังหลุมที่มองไม่เห็น
เพราะมีน้ำขัง กับร่องถนนที่ลึกนิดเดียวก็อาจแฉลบล้มได้ง่าย ลื่นทีนึงนี่ใจหายแว่บเหมือนกัน
ขึ้นเนินก็ต้องระวังหงายหลัง เพราะเบาะนั่งเยื้องหลังเล็กน้อย และต้องปั่นแบบทิ้งน้ำหนักไปข้างหลัง
ให้แขนตึงหน่อย ไม่งั้นจะบังคับแฮนด์ไม่ถนัด เวลาขึ้นเนินก็ต้องโน้มตัวถ่วงน้ำหนักกันหน่อย

ระยะทางไปกลับรวม 14 กม.ก็ทำให้เมื่อยก้นได้เหมือนกัน เพราะโครงสร้างของรถ
ต้องนั่งปั่นแบบทิ้งตัวเต็มเบาะ จะเปลี่ยนท่า หรือลุกยืนโยกปั่นแบบปกติไม่ได้เลย
แค่ขยับตัวหรือปล่อยมือข้างเดียวรถก็เป๋แล้ว
และไม่มีระบบกันสะเทือน เจอทางขรุขระก็สะท้านไปทั้งตัว

ฟังดูเหมือนมีแต่ข้อเสีย แต่จริงๆ แล้วเป็นรถที่ปั่นสนุก นั่งหลังตรงเหยียดแขนสบาย
ไม่เหมือนเสือหมอบ(แบบพี่ป๊อก) หรือเสือภูเขาครอสคันทรี่แบบ Trek Fuel 70
ที่เวลาปั่นตัวจะโน้มมาข้างหน้าหน่อยๆ ตลอดเวลา
แต่ถ้าเทียบกับ P3 ก็คล่องตัวคนละแบบ คันนั้นมันสมบุกสมบันกว่าแต่หนักหน่อย
สไตรด้าเหมาะกับระยะทางไม่ไกลมาก เอาไปใช้่ร่วมกับขนส่งมวลชนได้ดี
โดยเฉพาะรถใต้ดิน ที่จักรยานธรรมดาเข้าไม่ได้ ต้องเป็นรถพับเท่านั้น
ระบบขับเคลื่อนเป็นสายพาน ไม่มีปัญหาโซ่ขาด โซ่ตก หรือน้ำมันโซ่เลอะขากางเกง
พับง่าย กางได้ไว น้ำหนักเบาแค่ 10 กก. (P3 หนัก 18 กก. แบกขึ้นบันไดหลังแอ่นเลย)
และที่สำคัญ เวลาใช้งานนี่มันเท่ห์แบบปฏิเสธไม่ได้จริงๆ

เอาล่ะ ถ้าใครสนใจ เจอกันก็มาลองปั่นได้ ถ้าจะซื้อหามาใช้งานก็ติดต่อได้ที่
Siam Strida ในกรุงเทพเค้ามีบริการส่งถึงบ้านเลย

อืม…วันนี้ออกแนวขายของแฮะ…

7 thoughts on “Strida: A Whole New Way To Move”

  1. รุ่น 5 เป็นดิสเบรคครับ รุ่น 3 เป็นดุมเบรค เหมือนรถยนต์สมัยก่อนที่มีดรัมเบรค แล้วเดี๋ยวนี้เป็นดิสเบรคแหละครับ
    แล้วก็ปรับปรุงหน้าตาสวยขึ้น (สีรถมีให้เลือกหลายสี จานหน้า ปลอกมือ)
    รุ่น 3 ถูกกว่า 2-3 พัน แต่ไม่รู้ยังมีของเหลือรึเปล่านะ
    อ้อ ตัวรถซื้อมาจะไม่มีขาตั้งแบบในรูปที่โชว์ข้างบนนะ อันนั้นเป็นอุปกรณ์เสริม
    แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครติดได้นานหรอก
    เพราะมันจะรำคาญ พับแล้วหงาย/พิงเอาดีกว่า

  2. อยากได้บ้าง แต่ลังเลว่าป้าอายุ 48 ปี แล้วจะขี่ได้รืเปล่า

  3. ป้ามาไงเนี่ย… อายุ 48 ไม่ใช้ปัญหาครับ
    ส่วนมากจะมีปัญหากับค่าตัวหมื่นแปดมากกว่า
    อายุเกิน 60 แล้วยังเห็นปั่นกันฉิวหลายคนเลยครับ 😀

Leave a Reply

Your email address will not be published.