The Hunt is on…Execute!!!

M:i:III Banner

ตอนพิมพ์นี่ อีกไม่กี่นาทีก็จะเข้าวันที่ 3 แล้ว
กว่าจะได้เอาขึ้นก็ต้องเป็นตอนเช้า เพราะที่ห้องไม่มีเนท
ใครยังไม่ได้ดูหนังก็อ่านได้ครับ เพราะจะไม่เขียนถึงส่วนสำคัญๆ ของเรื่อง

ปฏิบัติการที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ฉบับหนังโรงนี้ นับตั้งแต่ภาคแรกเมื่อปี 2539
มาถึงภาคสามนี้ก็ 10 ปีพอดี และคงสร้างต่อไปได้อีกหลายภาค

ซีรี่ส์ต้นฉบับที่เคยสร้างฉายทางทีวีมาแล้วสองรอบ เมื่อปี 2509 กับ 2531
เป็นเจ้าของประโยคทอง (ที่ถูกเลียนแบบนับครั้งไม่ถ้วน)
“ข้อมูลนี้จะทำลายตัวเองใน 5 วินาที”
กลายเป็นหนังจอใหญ่ครั้งแรก ด้วยฝีมือผู้กำกับไบรอัน เดอ พัลมา
แถมยังทำร้ายจิตใจแฟนานุแฟนด้วยการทำลายทีมดั้งเดิมทิ้ง
เปิดทางให้ อีธาน ฮันต์ สมาชิกทีมขาลุยเป็นพระเอกเต็มตัว
แล้วยังให้ จิม เฟลส์ หัวหน้าทีมเก่าเป็นผู้ร้ายซะงั้น (โดนแฟนเก่าแก่บ่นกันอุบ)
แต่หนังก็ถือว่าสอบผ่าน และได้คะแนนดีซะด้วย

พอมาภาคสองปี 2543 ก็ได้ผู้กำกับคนเก่งจากฮ่องกง จอห์น วู
ทำให้หนังกลายเป็นบู๊แอ็คชั่นดาดๆ แถมปล่อยนกพิราบบินว่อนตามสไตล์
ไม่ได้เป็นแบบ “ขบวนการพยัคฆ์ร้าย” เหมือนเก่า แต่ก็ดูได้เพลินๆ
ฉากไล่ล่าบนถนนตอนท้ายก็มันส์ถึงใจดี
จะขัดตาก็ทรงผมบ๊อบยาวของอีธาน ฮันต์นั่นแหละ
ที่ไม่ได้ทำให้ดูเป็นสายลับมืออาชีพเอาซะเล้ยยยย…

พูดถึงชื่อซีรีส์เดิม “ขบวนการพยัคฆ์ร้าย” (เคยฉายทางช่อง 5)
ทำให้นึกถึงแก๊งแคนดิดที่คอยแกล้งอำชาวบ้าน
ในรายการทไวไลท์โชว์สมัยแรกๆ (เหมือนสาระแนสมัยนี้)
ที่มาในชื่อ “ขบวนการพยักหน้า” มีใครจำได้บ้างเนี่ย…

ภาคนี้หลังจากที่เดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับจาก Fight Club
กับ โจ คาร์นาแฮน บอกปัดไป เพราะรอเปิดกล้องไม่ไหว
เราเลยไม่ได้เห็นมุมกล้องแปลกๆ แบบ Fight Club กับ Panic Room
แต่ก็ได้คนดีมีฝีมือจากวงการหนังซีรี่ส์ เจ.เจ. อับรามส์ มาดูแลต่อ
(ใครเป็นแฟน Alias กับ Lost คงคุ้นชื่อกันดี)

หนังตอนล่าสุดนี้ทำให้รู้ว่าอีธาน ฮันต์มีชื่อกลางว่า แม็ทธิว
แถมคราวนี้ยังได้ Hunt กันสะเด็ดสะเด่าสมชื่อพระเอก
กับชื่อไทย “ภารกิจล่าทรชนข้ามโลก”

บทร้ายของ ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน คนที่ดูหนังตัวอย่าง
คงได้เห็นไดอะล็อกเฉียบๆ ของเค้าไปแล้ว
ในหนังเค้าก็เจ๋งจริงๆ ครับ เป็นนายหน้าค้าอาวุธ
ที่ดูเก่ง ใจเย็น ฉลาดได้น่าเชื่อมาก เวบเมืองนอกชมกันว่า
เรื่องนี้บทเค้า cool as ice จริงๆ (ชักอยากดู Capote แล้วสิ)
แถมมีทีมลูกน้องชั้นดี ที่ทำงานกันเร็วมาก
และมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบราชการ(ไทย!?)ตั้งไม่รู้กี่เท่า

หนังมีเอกลักษณ์ทุกอย่างของ Mission Impossible ที่วางไว้ดีตั้งแต่ภาคแรก
ไม่ว่าจะเป็นเทปที่ทำลายตัวเองได้ หน้ากากเหมือนจริงสำหรับปลอมตัว
ที่คราวนี้ไม่ได้เห็นแค่ตอนถอดออกทิ้งเฉยๆ เหมือนภาคก่อนๆ
และฉากโรยตัวสุดคลาสสิค ยังนึกชมคนเขียนบทอยู่เลยว่า
ช่างคิดหาโจทย์ที่ยากและน่าทึ่งขึ้นเรื่อยๆ ออกมาได้อีก
(ผู้กำกับเจ.เจ.อับรามส์ขนคนเขียนบทมาจาก Alias ทั้งทีม)
เหมือนที่ลูเธอร์ ตัวละครที่รับบทโดย วิง เรมส์ พูดในเรื่องนั่นแหละ
ว่างานคราวนี้ทำให้งานที่เคยทำที่แลงลี่ย์ง่ายเหมือนกินหมูไปเลย
(แลงลี่ย์คือชื่อเมืองที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ CIA ที่อีธานกับทีมภาคแรก
เข้าไปขโมยรายชื่อสายลับ)

สิ่งที่ชอบของหนังชุดนี้ก็คือ อุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายที่ดูดี
ซึ่งมันก็โม้เว่อร์ๆ ตามแบบมันล่ะนะ
แต่มันไม่ดูจงใจโชว์เหมือนเจมส์ บอนด์มากไป
เค้าใช้อาวุธยุทโธปกรณ์กันเป็นปกติ เหมือนเป็นธรรมดา
ที่ต้องมีของแบบนี้ใช้ในหน่วยงานระดับนั้น แต่เราคนดูเห็นแล้วมันน่าทึ่งครับ
(บอนด์สังกัด MI-6 ของอังกฤษ แต่ฮันต์สังกัด IMF : Impossible Mission Force
ไม่ใช่ International Monetary Fund ที่ประเทศเราเคยเป็นหนี้เค้านะ)

ยิ่งปืนที่อีธานใช้ยิงบนสะพานข้ามอ่าวตอนกลางเรื่องนั่น
(ใช่สะพานเดียวกับที่โดนบอมบ์ใน True Lies รึเปล่า?)
ใครจำชื่อรุ่นได้ช่วยมาบอกหน่อยว่ามันมีจริงๆ รึเปล่า แรงสะใจดีจริงๆ
ฟังเสียงแล้วไม่สงสัยเลยว่าอะไรที่โดนปืนแบบนั้นยิง
มันจะมีผลลัพธ์อย่างที่เห็นบนจอได้
(นึกถึงปืนที่อาร์โนลด์ใช้ใน Eraser อันนั้นมันดูโม้เกินไปจนเชื่อไม่ลง)

ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรให้ติ บางอย่างก็รู้สึกว่ามันง่ายไปหน่อย
แต่ก็ไม่ถึงขนาดรับไม่ได้ เพราะโดยรวมหนังมันก็สนุกมากด้วย
เลยยอมที่จะข้ามๆ มันไปซะ

ที่สำคัญตัวละครหญิงทุกคนบนจอดูดีหมดเลยครับ
โดยเฉพาะหนึ่งในลูกทีมใหม่ของฮันต์
ที่รับบทโดย Maggie Q นางแบบลูกครึ่งอเมริกันเวียตนามที่ไปเกิดและโตในฮาวาย
(สาวฮาวายที่ได้เข้าฮอลลีวู้ดนี่สวยทุกคนเลย)
เธอเคยเป็นนางเอก Naked Weapon (ผู้หญิงกล้า แกร่งเกินพิกัด)
ที่ผมไม่ยอมดู เพราะนึกว่าเป็นหนังบู๊โป๊ๆ ขายเซ็กส์ เหมือนหนังฮ่องกงห่วยๆ ทั่วไป
แต่เดี๋ยวจะไปหามาดูแล้วแหละ 😉 ปกดีวีดีโซน 2 ของยุโรปดูดีกว่าของบ้านเราเยอะเลย

ทำออกมาได้ขนาดนี้ ภาค 4 และภาคต่อๆ ไปคงเกิดได้ไม่ยาก
เผลอๆ ได้กลายเป็นหนังชุดยาวแบบเจมส์ บอนด์กันไปเลย
(ตัวอย่างหนังบอนด์ตอนที่ 21 Casino Royale ออกมาให้โหลดแล้ว
แต่เป็นเวอร์ชั่นเสียงฝรั่งเศส…ทำไมได้สิทธิก่อนอังกฤษละเนี่ย)

คงไม่ต้องบอกว่าหนังสนุกมาก ไปดูกันเถอะ
เพราะคนที่ชอบดูหนังคงไม่พลาดกันอยู่แล้ว
ขอให้สนุกครับ…

ปล.เดือนนี้เป็นช่วงตักตวงของวงการจริงๆ
เพราะมีแต่หนังฟอร์มใหญ่ๆ มาลงรับซัมเมอร์
สัปดาห์แรกมี M:i:III ถัดไปก็ Poseidon
(เกลียดเสียงพากย์ชื่อเรื่องไทยในหนังตัวอย่างมาก…
โพไซด้อน..มหาวิบัติ เรือยักษ์!!!
เสียงดังอุบาทว์เชียว กลัวคนนึกว่าเป็นอาบอบนวดมั้ง)
ที่เหลือก็ The Da Vinci Code แล้วก็ X-Men : The Last Stand ตามลำดับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.