Ip Man ยิปมัน จ้าวกังฟูสู้ยิบตา

ถ้าไม่รู้ว่าเป็นหนังจีนกังฟูคงอ่านชื่อหนังเรื่องนี้ว่า ไอพีแมน – -”
ip-man

หนังเป็นเรื่องราวของปรมาจารย์กังฟูชื่อยิปมัน ที่โด่งดังมากเพราะภายหลังเป็นครูมวยที่มีลูกศิษย์มากที่สุด
หนึ่งในนั้นมีอดีตดารานักบู๊ บรูซ ลี ด้วย
เปิดเรื่องมาจะได้เห็นว่ายิปมันค่อนข้างจะเป็นคนน่าอิจฉา อยู่บ้านหลังใหญ่ ครอบครัวอบอุ่น
มีเมียสวย ลูกน่ารัก แต่งตัวดีทุกคน เข้าใจว่าน่าจะเป็นตระกูลผู้มีอันจะกินในชุมชนคนนึง
แล้วก็เก่งมาก แต่ถ่อมตัว ไม่เคยอวดอ้างและไม่รับลูกศิษย์ ทั้งที่เมืองนี้มีสำนักมวยมากมาย
และมักจะมีคนมาขอ “แลกเปลี่่ยนวิทยายุทธ” บ่อยๆ คือมาท้าสู้นั่นแหละ ยิปมันก็เหมือนเป็นฮีโร่ของชุมชนด้วย
แล้วก็มีจุดหักเหช่วงญี่ปุ่นบุกจีนตอนสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ชีวิตต้องลำบาก
บ้านโดนยึดเป็นกองบัญชาการทัพญี่ปุ่น แล้วก็ตามสูตร ต้องมีนายทหารญี่ปุ่นชอบต่อสู้
เอาคนจีนไปซ้อมเล่น เราก็จะได้เห็นกังฟูปะทะคาราเต้อย่างเมามัน

หนังดูสนุกและเพลินมาก ฉากต่อสู้รุนแรง สมจริง แบบที่นิยมในช่วงนี้
หลังจากที่ไปเห่อแนวเหาะเหินเดินอากาศแบบท่าสวยสไตล์หยวนวูปิงมานาน
อันนี้คิวบู๊คุมโดยหงจินเป่า (แต่ก็ไม่ใช่แนวเล่นจริง เจ็บจริงนะ ยังมีใช้สลิงบ้าง)
ตัวอาจารย์ยิปมันรับบทโดยเจิ้นจื่อตัน ที่เดี๋ยวนี้ต้องเรียกว่า ดอนนี่ เยน แล้ว
พักนี้เค้าเล่นหนังบ่อยมากจริงๆ เรื่องนี้เหมือนโฆษณากันว่าเป็นบทที่ดีที่สุดในชีวิตของเค้า
ผมว่าจริงนะ บทมันดีจริงๆ หนังก็ทำได้ดีด้วย แล้วก็ไม่ได้น้ำเน่าจนน่าเบื่อ เห็นว่าปีนี้กำลังจะมีภาค 2 ออกมา
แล้วก็ยังจะมีเวอร์ชั่นของเฮียหว่องกาไว ที่จะให้เหลียงเฉาเหว่ยแสดงเป็นยิปมันอีกด้วย ไม่รู้จะออกมาเป็นไง
แต่หลายคนก็รอดูกัน เพราะแฟนเดนตายชอบหนังของผู้กำกับแนวเปลี่ยวเหงาตัวพ่อก็มีอยู่ไม่น้อย

เทียบกับเรื่องเก่าคือ Flash Point (ลุยบ้าเลือด) ที่ดอนนี่เล่นกับผู้กำกับคนเดียวกันนี้ ใครๆ ก็บอกว่าสนุก
แต่ผมว่าไม่สนุก คิวบู๊มันดิบๆ ทุลักทุเลไงไม่รู้ เลยไม่ชอบ บทก็เห่ยๆ แบบหนังตำรวจกับมาเฟีย
หรือเรื่องใหม่หน่อยอย่าง 5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น ก็ยังไม่ชอบเท่าไหร่
แต่กับ Ip Man นี่ พวกฉากตัวละครเก่งๆ สู้กัน (ซึ่งก็มีแค่ 3-4 ฉากเองนะ) มันสนุกดี
ถ้าวัดระดับความสนุกได้ ผมว่ามันสนุกพอๆ กับตอนที่อ่านการ์ตูนโคทาโร่ภาคศึกชิงจ้าววิทยายุทธทั่วประเทศเลยแหละ
หรือเทียบกับหนังแนวประลองยุทธด้วยกัน ผมชอบเรื่องนี้มากกว่า Fearless ของหลี่เหลียนเจี๋ยเยอะเลย

จำไม่ได้ว่าหนังได้เข้าฉายบ้านเรารึเปล่า แต่ได้ยินมาเยอะว่าสนุกเพิ่งมีโอกาสได้ดู
แผ่นแท้ราคาแค่ 79 บาท ถ้าเจอก็หยิบได้เลยไม่ต้องคิด เริ่มหายากแล้ว หมดไปหลายร้าน
ผมไปคุ้ยได้จากร้านบูมเมอแรง สาขาฟอร์จูน แต่ปกดีวีดีเวอร์ชั่นบ้านเรามันรกไปหน่อย

ช่วงหลังห่างวงการหนังจีนมานาน ถ้าใครจำได้ เกือบยี่สิบปีก่อนหนังจีนฮ่องกงเฟื่องฟูในบ้านเราสุดๆ
มีนิตยสารหนังจีนโดยเฉพาะเลย ชื่อ โกลด์สตาร์ ผมซื้อตั้งแต่เล่มแรก
หน้าปกโจวเหวินฟะในเรื่อง Full Contact (บอกโลกว่าข้าตายยาก) ที่มาถ่ายทำในเมืองไทยด้วย
จำไม่ได้ว่าหนังสือออกมาได้กี่ปี ตอนนี้มีหนังจีนดีๆ ให้ดูบ่อยขึ้น จับตาไว้ให้ดีนะครับ
รู้สึกว่าเทรนด์หนังจีนกำลังกลับมาแล้ว (ขอทำนายกะเค้ามั่งเหอะ) 😛

ปล.ถ้าได้ดูแล้ว แนะนำให้อ่านบล็อก Made In Hong Kong ด้วยครับ ข้อมูลแน่นมากตามประสาแฟนหนังจีนตัวจริง 😉
Ip Man – ยิปมัน จ้าวกังฟูสู้ยิบตา (2008, Wilson Yip)

ปั่นท้าแดด กรุงเทพ-หัวหิน

หลังจากประสบความสำเร็จพอควรจากการปั่นกรุงเทพ-สุโขทัยคราวก่อน
คราวนี้เลยลองปั่นลงใต้บ้าง ครั้งนี้ไม่มีการเตรียมตัวอะไรกันเลย
แค่ตั้งใจว่าสิ้นเดือน 27-28 กุมภาจะปั่นไปหัวหิน ปั่นสบายๆ คงใช้เวลา 2 วัน
เพราะทริปที่แล้วก็ปั่นกันได้วันละร้อยกว่าโล ตอนแรกว่าจะไปกันทั้งบ้านสามคน
แต่ @ipats ติดธุระต้องไปงานแต่งงานเพื่อน แล้วจะตามไปทีหลัง
ตอนแรกเลยเหลือแค่ผมกับโน่ @hypermale
ก่อนพี่ก๊อง @jirakul จะมาสมทบเป็น 3 คนในตอนสายหลังจากอิดออดอยู่นาน 😛

เช้าวันเสาร์ออกเดินทางจากบ้านแต่เช้า ขึ้น BTS ไปลงปลายทางสถานีวงเวียนใหญ่
on BTS Mo Chit to Wongwian Yai

IMG_0461

แล้วปั่นต่อไปจนทะลุถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายไปทางพระราม 2 แวะกินข้าวเช้าในปั๊มเชลล์พระรามสอง
รอพี่ก๊อง @jirakul อยู่ที่ปั๊มจนสิบโมง พี่เค้าก็ปั่นจากบ้านบางบัวทองมาสมทบ
ครบ 3 คนแล้วก็ออกลุย นี่เป็นทริป Kona Stinky ล้วนๆ เลย
รถทั้ง 3 คัน ได้แก่ Stinky ของโน่, Stinky Deluxe ของพี่ก๊อง แล้วก็ Stinky Air ของผม
น่าไปขอสปอนเซอร์เนอะ ว่ารถฟรีไรด์ก็ปั่นทางไกลได้ด้วย ซื้อใช้แล้วคุ้ม 😀

เส้นทางถนนพระรามสองรถเยอะพอควร ช่วงแรกยังสบายๆ ปั่นไปเรื่อยๆ
มีรถบรรทุกเยอะเหมือนกัน พักเดียวก็เข้าเขตสมุทรสาคร
IMG_0465

บ่ายสองก็ถึงสมุทรสงคราม
IMG_0470

วิวสองข้างทางเป็นทุ่งนา…เกลือ! สลับโรงงานอุตสาหกรรม แทบไม่มีต้นไม้เลย
ร้อนสุดๆ แถมไหล่ทางก็กว้าง กว้างจนกลายเป็นเลนให้รถยนต์นิสัยเสียใช้เป็นเลนแซงซ้าย
และรถมอเตอร์ไซค์ใช้เป็นเลนสวน จะมีมอเตอร์ไซค์ขับสวนมาแทบจะทุก 10 นาที
ต้องคอยระวัง มัวแต่ก้มหน้าก้มตาปั่นอาจซวยได้

ที่เลวร้ายที่สุดคือมีลมพัดต้านด้วยครับ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเจออุปสรรคนี้
ตอนปั่นขึ้นเหนือไม่เคยเจอ ลมแรงมาก ทำให้ต้องออกแรงเหมือนปั่นขึ้นเนินตลอดเวลา
และที่โหดเข้าไปอีก คือเส้นทางสายใต้มีสะพานเยอะมากครับ
นึกสงสัยว่าสมัยก่อนที่พี่ @pphetra ปั่นไปภูเก็ตมันมีสะพานเยอะแบบนี้รึยัง
ทั้งสะพานข้ามคลอง สะพานข้ามทางรถไฟ แล้วก็สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน กับแม่น้ำแม่กลอง
พวกสะพานข้ามคลองไม่เท่าไหร่ เพราะไม่ชัน
แต่สะพานข้ามทางรถไฟ กับสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ ผมต้องลงเข็นสถานเดียว

ข้างถนนจะมีแผงขายเกลือ ปลาทูแม่กลอง ขนมจาก มันร้อนแล้งจริงๆ
ได้ความรู้เพิ่มว่านาเกลือ นอกจากจะทำเกลือแล้ว ยังมีผลผลิตอีกสองอย่าง
คือ ดอกเกลือ เป็นเกลือที่จับตัวลอยขึ้นมาก่อน จะเม็ดละเอียด เค้าก็ช้อนมาขาย
ที่เหลือพอน้ำทะเลแห้งหมดทั้งแปลงนาก็จะเป็นเกลือเม็ด ส่วนพื้นนาก็จะเป็นปุ๋ยขี้แดด
บางร้านก็เรียกว่า หนังหมา เอามาขายได้อีก

ก็ก้มหน้าก้มตาปั่นไปเรือยๆ ครับ จุดหมายอีกไม่ไกล
-5

จนถึงประมาณแถว กม.72 ราวห้าโมงเย็น แวะปั๊ม ปตท. หาของกินรองท้องนิดหน่อย
เติมน้ำด้วย คราวนี้ไม่ได้พกเป้น้ำมาเลย หาซื้อข้างทางอย่างเดียว
ออกจากปั๊มก็เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางเลียบป่าชายเลน ทางนี้จะสั้นกว่าเส้นทางหลักเล็กน้อย
แต่ถนนจะแคบ ดีตรงที่รถไม่เยอะ แล้วก็มีร่มเงาบ้าง แต่ก็ยังลมแรงมาก -*-

พอพระอาทิตย์ใกล้ตกมันสวยดีครับ แล้วก็เจอสะพานนรกตรงปากน้ำเพชร
-10
เข็นเท่านั้น ไม่ต้องคิดมาก

พอฟ้ามืด ยังอยู่แค่ อ.บ้านแหลม เปิด GPS ดูกันพบว่าอำเภอนี้ไม่มีโรงแรมเลย
ต้องกัดฟันปั่นต่อไปอีกประมาณ 15 กม. เพื่อเข้าตัว อ.เมืองเพชรบุรี
แถวนี้ผู้คนใจดีครับ โบกมือทักทายตลอดทาง แต่หมาดุมาก ต้องออกแรงปั่นหนีอยู่เรื่อยๆ
ไม่กลัวหมากัด แต่กลัวมันวิ่งชนรถล้ม 😀

ช่วงนี้ได้เห็นคอนโดฯนกนางแอ่นด้วย แถวนี้เลี้ยงกันเยอะ
ตอนเห็นตึกใหญ่ๆ นึกว่าเป็นโรงแรมหรืออพาร์ทเมนท์ แต่พอเห็นใกล้ๆ ถึงรู้ว่าเป็นอาคารที่สร้าง
ให้นกนางแอ่นมาทำรัง มีการเปิดเสียงนกล่อให้นกเข้ามาอยู่ด้วยนะ

สองทุ่มก็มาถึงโรงแรมรอยัลไดมอน คืนแรกนอนที่นี่แหละ ป้าร้านค้าข้างทางที่แวะกินน้ำแนะนำมา
ว่าเป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของเมืองเพชร ก็ไปเช็คอิน คืนละ 900 บวกเตียงเสริมอีก 350 บาท
มีห้องเก็บของให้เอาจักรยานไปซุกได้ อาบน้ำกันแล้วก็ออกไปกินข้าวร้านพวงเพชรใกล้ๆ โรงแรม
ไปถึงครัวกำลังจะปิดพอดี เลยรีบสั่งแบบมึนๆ แต่อาหารก็อร่อยดีครับ
IMG_0473

เช้าอีกวันออกเกือบเก้าโมง เหลืออีกไม่ถึงร้อยกิโลเมตร ตอนเช้าไม่มีลมต้าน ค่อยยังชั่วหน่อย
แต่พอใกล้ๆ เที่ยงก็มาอีกแล้ว จากที่เคยปั่นได้ 20 กม./ชม. เจอลมเข้าไปเหลือไม่ถึง 15 กม./ชม.
กะเอาจากหลักกิโลข้างทาง ช่วงนี้พักบ่อยหน่อย
-6

ถึงชะอำประมาณเที่ยง แวะพักกินน้ำแล้วก็ลุยต่อ แล้วก็มียางรั่วกันจนได้
แต่เรื่องเล็กครับ แก้ไขแป๊บเดียวก็ปั่นต่อฉลุย
IMG_0494

บ่ายสองครึ่งก็ถึงหัวหินเรียบร้อย เสียดายไม่ได้แวะถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คสำคัญๆ ทั้งหลายเลย
ผ่าน “เพลินวาน” ด้วย อยู่ฝั่งตรงข้าม คนเยอะมากอย่างกับมีของแจกฟรี – -”

เข้าเมืองหัวหินก็เลี้ยวเข้าซอยหัวหิน 55 ไปร้าน Cool Kitch’n ของเพื่อนนาย @hypermale
ก็เจอมิ้นต์ น้องในกลุ่มเมเจอร์ไบค์ กับ @ipats มารออยู่แล้ว ไม่รู้แซงมาตอนไหน คลาดกันไปนิดเดียว
ไม่งั้นคงได้ฝากกระเป๋าใส่รถ จะได้ปั่นสบายๆ มาด้วยซะหน่อย

เจอน้องโมทย์ นักปั่นที่หัวหินแวะมาทักเพราะเห็นจักรยานจอดอยู่หน้าร้าน นึกว่าเราจะมาดาวน์ฮิลกัน
ก็มานัดแนะว่าตอนเย็นๆ ค่ำๆ อาจไปปั่นเล่นด้วยกันหน่อย (แต่สุดท้ายก็ไม่มีแรงไป)

กินข้าวกินปลากันแล้วก็ปั่นไปร้านกาแฟนิดนึง
-3

ก่อนจะปั่นต่อไปบ้านพักเพื่อนบนเขาหินเหล็กไฟ อีก 5 กม. ไม่ไกล แต่แอบมีเนินเขาชันอีกเป็นด่านสุดท้าย
บ้านอยู่ในหมู่บ้าน La Valee หรูเชียว ยามเข้มงวดดีด้วย ก็แลกบัตรเข้าไป
-1

เข้าบ้านได้ก็อาบน้ำอาบท่า ออกมากินข้าวตอนเย็น แล้วก็เพื่อให้มาถึงหัวหินจริงๆ
ผมกับพี่ @jirakul เลยไปหาหมอนวดกัน 😀
น้องโมทย์ที่มาชวนให้ไปดาวน์ฮิลเล่นด้วยกันบนเขาเป็นเจ้าของเกสต์เฮ้าส์แล้วก็มีบริการนวดด้วย
เลยไปนอนนวดเท้ากันสบายใจ ชม.ละ 200 กลับถึงบ้านพักก็หลับเป็นตาย
IMG_0507

วันรุ่งขึ้นบ่ายๆ ก็เอาจักรยานใส่รถยนต์กลับ ทิ้งรถไว้ที่นู่นสองสามคันที่ใส่มาไม่หมด
ไว้อาทิตย์ที่ 14-15 มี.ค. ค่อยกลับไปเอาตอนงานว่าวนานาชาติ ที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ขากลับแวะซื้อปลาทูแม่กลองมาทอดกิน แล้วก็ซื้อดอกเกลือมาถุงนึง ดูซิว่าจะเค็มมากน้อยกว่าเกลือธรรมดาแค่ไหน
ถุงละ 20 บาทเอง ได้ประมาณ 2 กิโลกรัมมั้ง
ถึงบ้านทุ่มนึง เอาน้องแอร์ที่แยกร่างกลับมาประกอบเก็บ เป็นอันจบทริป
IMG_0509

สรุปทริปนี้ปวดขาเล็กน้อยจากการปั่นต้านลม หน้าไหม้ไปเลยเหมือนกันเพราะแดดแรง
ตอนนี้จมูกกำลังลอกได้ที่ ต้นคอด้านหลังนี่ยังแสบไม่หาย หน้าผากก็ดำ
ข้อมือดำเป็นรอยต่อตรงปลายแขนกับถุงมือ เสื้อแขนยาวไม่ช่วยอะไรเลย T_T

รูปที่เหลืออยู่ใน Flickr เหมือนเดิม ทริปนี้ถ่ายวีดีโอมาด้วย
ขอบคุณ @tpagon ที่ให้ยืม Sony Bloggie มาลองเล่น ภาพชัดเชียวแหละ
แปะไว้อันนึงใหัฟังเสียงลมกัน ที่เหลือถ้าอยากเห็นก็ไปดูที่ Majorbike ต่อละกันนะครับ

ปล.ทริปปั่นรอบนี้ทำให้ต้องพลาดการไปเยือนปายและร่วมงานแต่งงาน @sweetener กับ @iMenn ได้แต่ร่วมส่งของขวัญวันแต่งไปกับ @inanza แทน ขอให้มีความสุขกันทั้งคู่นะครับ ^_^

เนื้อคู่รู้แล้วว่าใคร

วันนี้ตื่นแต่เช้าครับ มีนัดสุดพิเศษกับทีมงาน GTH ไปเยี่ยมกองถ่ายละครเนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร
ไปร่วมสนุกกับเค้าแล้วได้เชิญไป เลยชวน @ipats ให้ตื่นเช้าไปด้วยกันอีกคน
ผมเป็นแฟนซิตคอมเรื่องนี้เพราะชอบตัวละครโจศักดิ์ ชาญนารี (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ชอบมากกกก…
ไม่เชื่อ?…ก็ได้ จริงๆ ก็ชอบน้องพัลลภา ศุภอักษร (@paulataylor) ด้วย ถึงได้ร่วมเล่นเกมกับเค้า 😛
-17
“ขวัญใจ” ในจอและนอกจอ ^_^

นัดเจอกันที่เมเจอร์นนทบุรี เพิ่งเคยได้ยินว่ามี ดีที่เค้าเมลแจ้งรายละเอียดพร้อมแผนที่มาให้
ถึงรู้ว่ามันคือห้างริเวอร์พลาซ่าเก่าที่ตัวเมืองนนทบุรีเลย สตูดิโอที่จำลองเป็นห้องต่างๆ ของคอนโดฯ สวัสดีทวีสุข
อยู่ชั้นบนของห้าง ก็เดินขึ้นไปกันตอนสิบโมงครึ่ง ห้างเพิ่งเปิด โซนโรงหนังยังไม่เปิดเลยได้เหงื่อเล็กน้อย
รูปเยอะหน่อยนะครับ อาจโหลดช้านิดนึง ใครไม่ใช่แฟนละครหรือไม่ชอบพอลล่า อนุญาตให้ข้ามไปได้เลย
ขึ้นไปชั้นบนก็เจอป้ายเลย
-25

บรรยากาศด้านนอกของกองถ่าย ข้างในกำลังถ่ายทำกันอยู่ มีเสียงลอดออกมาพอได้ยินบ้าง
-24
-21

เราต้องรอเค้าพักกองตอนบ่าย เลยไปนั่งรอที่คริสจักรที่อยู่ชั้นเดียวกันไปก่อน
-18

ตอนนี้ทีมงานเอาเสื้อมาแจก แจ๋วเลย 🙂
-19

ระหว่างนี้ก็แนะนำทักทายกันเป็นพิธี ซักพัก คุณเดียว วิชชา โกจิ๋ว โปรดิวเซอร์ของละครก็มาคุยให้ฟัง
ถึงการทำงานเบื้องหลัง การเขียนบท รวมทั้งเรตติ้งว่าเดิมตอนอยู่ช่วงบ่ายวันเสาร์ช่อง 9 มันเกือบไม่รอด
จนต้องเว้นไปนานครึ่งปี ก่อนจะมาได้เวลาใหม่ตอนสี่ทุ่มวันจันทร์ทางช่อง 5 แทน แล้วจากละครเรท ท.ทั่วไป
กลายมาเป็นเรท น.18 ทำให้เริ่มมีมุกแรงขึ้นบ้างอะไรบ้าง
-20

ก่อนจบพี่เดียวให้เสนอความเห็น ว่าอยากให้ละครเป็นยังไง
อยากเสนอว่าคาแร็คเตอร์คุณวี มันดูไม่ฉลาดสมจริงเท่าไหร่
ผมอยากเห็นคาแร็คเตอร์ฉลาดๆ แบบในซีรี่ส์ Big Bang Theory
ภาพพจน์คนฉลาด หรือนักวิทยาศาสตร์บ้านเรามีแต่หลอดทดลอง น้ำยาเคมีหลายสี
หรือไม่ก็สิ่งประดิษฐ์ประหลาดๆ ไม่ค่อยมีคนฉลาดแบบคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์บ้างเลย

แล้วก็ให้ช่วยกันเสนอแขกรับเชิญว่าอยากให้มีใครมาเข้าฉากบ้าง
อันดับหนึ่งคือหมวดโอภาส (เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) จากสายลับเดอะซีรี่ส์
พี่เดียวบอกว่าคาแร็คเตอร์นั้นเกือบได้มาเล่นแล้วตั้งแต่คราวก่อน แต่โดนตัดจบไปซะก่อน
คือตอนจบซีซั่นก่อน พอลล่าถูกจับตัวไปกับโจ แล้วต้องมีตำรวจไปช่วย ซึ่งก็ควรจะเป็นหมวดโอภาสนี่แหละ

อีกอย่างคือถ้าตอนไหนมีแขกรับเชิญ นักแสดงประจำที่รับบทรองลงมาก็จะโดนตัดบทไปเพราะงบน้อย – -”

เที่ยงก็กินข้าวกันก่อนเพราะเค้ายังถ่ายกันไม่จบ

เปลี่ยนเป็นเสื้อที่ได้รับแจก คราวนี้ทุกคนก็สีชมพูล้วน
หนุ่มๆ สาวๆ เต็มไปหมดเลย ดูตัวเองกับ @ipats แล้วคะเนได้ว่าเราสองคนจะอาวุโสสุด – -”
P2151616

ทีมงาน GTH
P2151618

กินเสร็จแล้วก็ได้เวลาเข้าไปด้านในซะทีครับ

ตอนแรกก็ไปดูบรรยากาศตรงมอนิเตอร์ผู้กำกับ
-13

พี่มุก ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ (พี่อ้อยในโฆษณาสมูทอี)
-14
ผู้กำกับหญิงสุดสวย ตัวจริงน่ารักมาก น่ารักแบบเซอร์ไพรส์เลย เห็นในโฆษณานึกว่าจะอ้วน
แถมแต่งตัวเซ็กซี่อีก (ผมเรียกชุดเสื้อเชิ้ตยาวกางเกงสั้นจู๋แบบนี้ว่า ชุดตื่นนอนตอนเช้าที่บ้านผู้ชาย) 😛
P2151687

เก้าอี้ผู้กำกับ เค้าลุกไปแล้วเลยเพิ่งสังเกต
-6

นั่งดูมอนิเตอร์กับผู้กำกับก็ดีเหมือนกัน ได้เห็นบรรยากาศการทำงานอีกแบบนึง
มีจอหลายๆ จอตัดสลับไปมา การถ่ายทำคล้ายๆ เล่นละครเวทีเลย
ผู้กำกับก็สั่งงานผ่านวิทยุสื่อสารอีกที แอ็คชั่น คัท ตัดกล้อง ซูมเข้าออก

ประมาณบ่ายโมงก็พักกอง ได้เวลาบุกเข้าไปในสตูดิโอแล้ว เย้
ช่วงนี้ห้อยกล้องไว้ระดับอก แล้วก็รัวชัตเตอร์ไปตามมีตามเกิด ไม่เล็งแล้ว ยิงมุมกว้างโลด
P2151624
P2151625

นักแสดงอยู่กันครบ สปอตไลท์ ไฟสว่าง ออร่าเปล่งประกายทั่วห้องมาก
ผมโฟกัสสายตาไปที่พอลล่าคนเดียว เธอแจกยิ้มสบตาทุกคนอย่างมืออาชีพ ^_^
P2151627

เข้าไปก็ถ่ายรูปรวมก่อนเลย แล้วก็มีเวลาให้เราถ่ายรูปกับคนนู้นคนนี้ได้อีกแป๊บนึง
เพราะเดี๋ยวนักแสดงจะไปพักกินข้าวกัน
66121656

ผมเดินไปขอจับมือพี่ซันนี่ก่อนใครเลย ตามประสาคนรักคนชอบ 😛
เสร็จแล้วเราก็บุกเข้าจุดประสงค์ที่แท้จริงทันที ผลัดกับ @ipats คนละช้อต
P2151634
P2151633
นอนตายตาหลับแล้วชาตินี้ T_T

ฮือ…ซาบซึ้ง
P2151632

แขกรับเชิญของการถ่ายทำวันนี้เป็นน้องแจ็ค จากหนังแฟนฉัน
เห็นว่าบทนี้เคยมาในเรื่องแล้วเป็นชาตรี น้องชายของโอปอลล์ แต่ผมจำไม่ได้แฮะ

ถ่ายกับคุณรุจน์บ้าง
P2151636

ต้นข้าวกับต่อ ต้นตระกูล/ต่อตระกูล มณีประเสริฐสิทธิ์
P2151639
ตามไปถ่ายกับฝาแฝดคู่นี้ต่อที่บาร์GAYเร ชอบชื่อบาร์มาก คนตั้งเก่ง เข้ากับตัวละครสุดๆ
P2151677

พี่ธิดา สวยและเป็นกันเอง น่ารักมากครับ ^_^
P2151643

ไปบุกห้องสุดหล่อบ้าง
P2151647

ห้องคุณวี เค้ากำลังจัดไฟ เลยไม่ได้เข้าไป
-11

มาที่ห้องนั่งเล่นของขวัญใจ
P2151650

แล้วก็ห้องนอน ได้นอนเตียงเดียวกับขวัญใจแล้ววววว!!!
P2151644
P2151663

ประตูสามบานสัญลักษณ์เปิดปิดเรื่องของซีซั่นเก่า จำไว้ ขวัญใจอยู่ห้อง 602
P2151684

ออฟฟิศนิตยสารเก๋ไก๋ปลายสัปดาห์ของธิดา
P2151679

ออฟฟิศ Super Goods Direct Sale ของเฮียภูผา
P2151683

ร้านตุ๊ดซักรีดกับมินิมาร์ทอยู่ห้องเดียวกัน
-9

ผ่านไปซักชั่วโมง ก็ได้เวลาชาวคอนโดฯสวัสดีทวีสุข กลับมาเข้าฉาก เราก็ต้องฉากออกไป
กลับไปนั่งดูละครเนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร ตอนที่ 7 จะออนแอร์คืนนี้ (15 ก.พ. 53)
สนุกมาก ไม่มีโฆษณาคั่นให้เสียอารมณ์ จอก็ใหญ่กว่าดูที่บ้าน
มีคุณพี่โฉม กับฝาแฝดต่อ ต้น ในเรื่องมานั่งดูด้วย เฮฮากัน

สุดท้ายก็เล่นเกมแจกเสื้อของทางเซ็นทรัลวายคลับที่พาสมาชิกบางส่วนมาร่วมงานด้วย
ได้เสื้อยืดมาอีกตัว แต่สงสัยจะใส่ไม่ได้มันเล็กไปนิดนึง
สี่โมงเย็นก็แยกย้ายกลับบ้าน

ได้พูดคุยกับคุณเข็ม เวบมาสเตอร์ของทาง GTH แล้วก็เป็นคนดูแลแอคเคาน์ทวิตเตอร์ @GTHChannel ด้วย
เลยแนะนำ @ipats ให้รู้จัก เผื่อมีลู่ทางติดต่อช่วยเหลืออะไรกันได้ระหว่าง GTH กับ exteen.com
P2151675

โดยรวมก็ประทับใจที่ได้เจอดารานักแสดงที่เราชอบ ได้เห็นการทำงานเบื้องหลังต่างๆ รวมทั้งฉากที่เราเห็นในทีวี
เสียดายที่กิจกรรมไม่เปิดโอกาสให้ได้รู้จักเพื่อนๆ น้องๆ ที่มาด้วยกัน เลยเหมือนต่างคนต่างมากไปหน่อย
ดีที่มากันเป็นคู่ๆ เลยไม่โดดเดี่ยวมาก แต่ก็ทำให้หลายๆ คนไม่ค่อยกล้าพูดคุยหรือแสดงความเห็นอะไรมากเท่าไหร่
เวลาทีมงานขอคำแนะนำหรือให้ถามคำถาม
ได้แนะนำไปนิดหน่อยว่าอยากให้มีของรางวัลที่เกี่ยวกับหนังหรือละครที่จัดงานนั้นๆ
แต่บังเอิญว่าเรื่องเนื้อคู่ฯ เป็นละคร เลยไม่มีของพวกโปสเตอร์ แบนเนอร์ หรือสแตนดี้เหมือนภาพยนตร์
เลยไม่มีอะไรให้นอกจากเสื้อยืด IT’S ME (ซึ่งก็ดีแล้ว ชอบ เกือบทำเองแล้วเชียว)
ถ้าคราวหน้าจัดกิจกรรมกับหนัง “บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)” คงจะมีของแนวนั้นแจกอีกเยอะ
มีคนแนะนำให้จัดทัวร์ออฟฟิศของ GTH ด้วย น่าสนใจมาก

จบแล้วจ้า ดูรูปเต็มเซ็ตได้ที่ flickr ครับ

อัพเดท: อ่านเวอร์ชั่นของ @ipats ณ exteen ได้ที่ Truelove: เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร – คนนี้ไง 😀 ครับ

ร้านรำพึง สิงห์บุรี

ร้านดังแห่งเมืองสิงห์บุรี จากที่ปั่นจักรยานทางไกลวันแรก
คืนแรกแวะนอนสิงห์บุรีเลยได้มีโอกาสไปกิน ตามคำแนะนำของ รปภ.ประจำโรงแรมที่พัก
มารู้ทีหลังว่าเป็นร้านดังจริงๆ มีคนพูดถึง แนะนำกันเยอะ

ปั่นจักรยานไปกินกัน ทำเอาลูกค้าในร้านแตกตื่นกันเล็กน้อย เห็นชี้ชวนลูกหลานให้ดูแก๊งจักรยานกันใหญ่
ทางร้านก็ใจดี ให้เอารถเข้าไปจอดในร้านได้เลย

มาดูเมนูกันก่อน
IMG_0203
ราคาจัดว่าอยู่ในระดับพรีเมี่ยมเล็กน้อย

ร้านนี้ดังเรื่องปลา สิงห์บุรีก็เป็นเมืองปลา ก็พยายามกินปลาหลายๆ อย่าง
เสียดายไม่ได้กินปลาม้า อย่างที่ @roofimon ทวีตแนะนำมาตอนหลัง

จานแรก เบสิคก่อนด้วยทอดมันปลากราย
IMG_0204
อร่อยครับ เหนียวนุ่มหนึบดีมาก รสชาติกำลังดี

ต่อด้วย แกงป่าปลาเนื้ออ่อน
IMG_0205
นี่ก็อร่อย ปลาเนื้ออ่อนรสหวานนุ่มลิ้น ก้างแกะง่าย น้ำแกงรสไม่จัดเกินไป

กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ราคาตามขนาด
IMG_0206
จานนี้กินเสร็จถึงรู้ว่า 500 บาท O_o! มีกุ้งนับจากที่กินเจอหัวกุ้งแล้ว น่าจะ 2 ตัวเท่านั้น
แต่สับมาเป็นชิ้นเล็ก กระเทียมโรยปกปิดความน้อย อร่อยสมกับเป็นกุ้ง แต่ไม่ประทับใจ (แพงด้วย)

เม็ดมะม่วงผัดปลาช่อนกรอบ
IMG_0207
จานนี้เด็ดสุด ชอบกันมาก กินกับข้าวก็เยี่ยม กินเป็นกับแกล้มก็แจ๋ว
เนื้อปลาช่อนทอดกรอบไม่กระด้าง เม็ดมะม่วงก็ให้แบบไม่ขี้เหนียว พริกแห้ง พริกหยวก ต้นหอม ซอยผัดมาด้วยกัน
ตักเข้าปากเคี้ยวพร้อมกันแล้วมันดีมาก

จานสุดท้าย ปลาไวเซเลียนึ่งซีอิ้ว
IMG_0208
ปลาชื่อแปลก เนื้อคล้ายปลาหิมะ แต่ไม่มันเท่า กินคำแรกอร่อยจริงๆ
แต่พอกินไปซักพักรู้สึกว่ามันจืดไปนิด เหมือนซีอิ๊วยังไม่เข้าถึงเนื้อปลา
ถามคุณลุงรำพึง เจ้าของร้าน บอกว่าปลานี้สั่งมาจากอเมริกา เพราะตอนไปสอนทำอาหารที่นั่น
หาปลาม้าไม่ได้ เลยใช้ปลาไวเซเลียแทน ชื่อปลาเข้าใจว่าตั้งเองตามชื่อเมืองที่ลุงไปสอนทำอาหารนั่นแหละ

ลุงรำพึงตัวจริงยังแข็งแรงฟิตเปรี๊ยะ พูดจาฉะฉานสไตล์นักเลงโบราณมาก ลุงบอกว่าอายุ 60 แล้ว
อยู่สิงห์บุรีมา 38 ปี ตั้งแต่ปลดทหารเกณฑ์ เดิมเป็นคนแปดริ้ว จับพลัดจับผลูมาทำอาหารอร่อยเลยปักหลักอยู่ที่นี่เลย

ร้านแกก็เป็นร้านดังแบบปากต่อปาก พอยุคอินเตอร์เนทก็ยิ่งมีชื่อเสียงขจรขจาย มีคนเอาไปเขียนแนะนำเยอะ
แกเลยไม่เคยง้อพวกรายการโทรทัศน์ ที่จะมาขอถ่ายทำแล้วยังต้องจ่ายเงินให้รายการอีก
ลุงบอกว่าถ้ามาถ่ายแล้วกินฟรีก็เต็มใจเลย เลี้ยงให้โต๊ะนึงเลย แต่ถ้าจะมาถ่ายแล้วต้องจ่ายเงินให้สี่ห้าหมื่นด้วยนี่
ไม่ต้องมา ป้ายหน้าร้านแกเขียนเลยว่าเชลล์ไม่ต้องมาชิม แม่ช้อยไม่ต้องมารำ คุยกันเฮฮามาก
เลยขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อย นานๆ จะได้คุยกับเจ้าของร้าน ทุกทีได้แต่กินๆ แล้วก็จ่ายตังค์
IMG_0209

ต่อไปผ่านมาเมืองสิงห์ นอกจากจะนึกถึงแต่แม่ลาปลาเผา ไพบูลย์ไก่ย่างแล้วก็มีร้านรำพึงนี่แหละ ที่จะแวะกินอีก

Bangkok – Sukhothai Day 4

วันสุดท้ายของการเที่ยว วันนี้ไม่มีการปั่นทางไกลอีกแล้ว กะจะนอนตื่นสายหน่อย หาของกิน แล้วกลับกรุงเทพ
แต่ดันตื่นเช้า ยังไม่มีใครตื่น เลยล้างหน้าเอาจักรยานออกปั่นไปหากาแฟ ปาท่องโก๋กินในตลาด
แต่ผิดหวัง ไม่มีให้กินเหมือนในตัวเมือง เลยปั่นเข้าไปในเมืองเก่าที่ลานพ่อขุนรามซะหน่อย อากาศก็ดีด้วย
วันที่ 17 มกราคมเป็นวันบวงสรวงประจำปี มีกิจกรรม เมื่อวานก็เห็นเตรียมงานกันอยู่

แถมเมื่อคืนตอนนั่งสังสรรค์อยู่หน้าบ้าน ดึกแล้วยังมีรถกระจายเสียงวนอยู่ในชุมชน ชวนให้คนออกไปประท้วง!
ได้ความว่าปกติงานบวงสรวงพ่อขุนฯ จะจัดที่เมืองเก่าทุกปี แต่ปีนี้จะเป็นปีสุดท้าย
ปีต่อไปจะย้ายไปจัดในตัวจังหวัด ที่สวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9
ดูแล้วงานนี้น่าจะเป็นการงัดข้อกันระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นที่อยู่คนละขั้ว
ก็ไปวนๆ ดูบรรยากาศนิดหน่อย
IMG_0285
IMG_0286
ไม่มีอะไรมาก นักเรียนก็แต่งตัวมารำ เพลงเดิม ท่าเดิม ชุดเดิม เห็นตั้งแต่เด็ก
ชาวบ้านที่มาประท้วงก็ยืนถือป้ายผ้าอยู่บนลานอนุสาวรีย์ วนดูนิดหน่อยก็ปั่นกลับที่พัก

สายๆ เพื่อนก็ขับรถมารับเข้าเมือง ขนจักรยานขึ้นกระบะ แวะทักทายบ้านเพื่อนสนิทสองสามคน
เมื่อวานก็แวะเข้าไปดูบ้านตัวเองด้วย ให้คนเช่าอยู่ เห็นแล้วคิดถึงตอนเด็กๆ ที่โตมาแถวนั้น

พอใกล้เที่ยงก็เดินทางกลับพิษณุโลก แวะกินข้าวกลางวันที่ อ.กงไกรลาศอีกที
เป็นก๋วยเตี๋ยวดู๋ดี๋ต้มยำคล้ายกับที่เคยกินบ่อยๆ สมัยทำงาน/เรียนที่ชลบุรี
ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊ษา รู้สึกจะเป็นร้านดังของที่นี่ด้วย
ก็อร่อยใช้ได้ ใครผ่านไปแถวนั้นแนะนำให้แวะกิน ร้านติดถนนใหญ่ หาไม่ยาก
IMG_0292IMG_0294
IMG_0295IMG_0291

เกือบบ่ายสองก็ถึงสถานีรถไฟพิษณุโลก มีรถเที่ยวล่อง ตอนบ่ายสองครึ่ง เป็นรถไฟฟรีไปกรุงเทพ
ก็ไปรับตั๋วฟรี แล้วก็จ่ายค่าระวางจักรยาน ราคาเดิม คันละ 90 บาท
IMG_0301
IMG_0300

รถไฟมาสี่โมงเย็น สุดยอดรถไฟไทย แถมไปไม่ได้อีก เค้าบอกว่าตู้สัมภาระเต็ม เอาจักรยานขึ้นไม่ได้
เบิ้มชะโงกเข้าไปดูในตู้ บอกว่าพอมีที่ว่าง แต่เค้าเอากล่องวางเรียงเต็มพื้น ยังไม่ได้ซ้อนกัน
คนคุมรถไฟเลยไล่ให้ไปขบวนถัดไปด้วยหัวใจเปี่ยมการให้บริการ
โอเค ไม่ว่ากัน เค้าบอกว่าถ้าเอาจักรยานขึ้นจะเกะกะการขนของขึ้นลงของเค้า

ซื้อตั๋วใหม่ เที่ยวนี้ไม่ฟรีด้วย ชั้นสาม คนละ 177 บาท ขบวนนี้ไม่มีล่าช้า 19:20 น.แน่นอน
เพราะเป็นต้นทางพิษณุโลก ไม่เหมือนขบวนเมื่อตอนบ่ายที่รถวิ่งมาจากเชียงใหม่
ก็นั่งๆ นอนๆ รอกันอยู่แถวนั้น
IMG_0304

พอเย็นก็เลยซื้อของกินแถวตลาดหน้าสถานีรถไฟมานั่งกินฆ่าเวลา
เจอปาท่องโก๋ขายด้วย เลยซื้อมากินให้หายเก็บกดซะ 10 ตัว

มีลุงคนนึงเห็นเราเอาจักรยานมาจอดเรียงรายอยู่ ก็เดินมาคุยด้วย
ใส่เสื้อบอกยี่ห้อว่าเป็นนักปั่นเหมือนกัน เสื้อจักรยานแบบรัดรูปมียี่ห้อรถจักรยานติดเต็มไปหมดนั่นแหละ
ลุงอายุ 67 แล้วบอกว่าปั่นมา 7 ปีตั้งแต่หลังเกษียณราชการ
ไปมาทั่ว ปั่นคนเดียวด้วย แข็งแรงมาก แต่ลุงบอกว่าอยากสนุกให้ปั่นคนเดียวไปหาเพื่อนเอาข้างหน้า
ปั่นเป็นกลุ่มแบบพวกเรามันอุ่นใจสบายใจเกินไป แถมบอกว่าขึ้นรถไฟกลับทำไม ให้ปั่นกลับสิ
เราก็นึกในใจว่าลุงเกษียณแล้วนี่ จะปั่นกี่วันกี่เดือนก็ได้ (ฮา)

รถไฟออกตรงเวลาจริงด้วย ขนจักรยานขึ้นแล้วก็ไปนั่งหลับๆ ตื่นๆ กัน
IMG_0309

ถึงกรุงเทพตอนตีสามกว่าๆ ลงที่สถานีบางเขน
น่ากลัวมาก ไม่มีใครลงเลย มีแต่เรา 4 คน กับกล่องสัมภาระบางส่วนที่ลงปลายทางที่นี่
ก็จะมีพนักงานรถไฟเข็นรถเข็นมาขนกล่องพวกนั้นไปเก็บที่สถานี

เราก็ปั่นกลับบ้านกันต่อ ปวดขา ปวดก้นมาก
IMG_0311
ได้นอนกันราวๆ เช้ามืด สลบกันไปทั้งวัน

ทริปนี้ทำให้เรารู้ว่า
* ถุงน้ำมีประโยชน์ไม่ใช่แค่เฉพาะในป่า ทางถนนราดยางไกลๆ ก็ควรมีติดไว้
* รถฟรีไรด์แบบเราก็ไปไหนไกลๆ ได้ แต่มันเหนื่อยกว่าชาวบ้านมาก
* อย่าคาดหวังอะไรมากกับรถไฟ ระหว่างทางผมเห็นป้ายประท้วงแปะตามสถานีว่า คนรถไฟจะไม่ยอมให้รัฐอนุญาตให้เอกชนเอารถมาวิ่งด้วย เพราะจะขูดรีดประชาชน อืม…