โฮมเพจราคาหนึ่งล้านเหรียญ!!!

จริงๆ เวบนี้เปิดมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว โดยนักเรียนอังกฤษวัย 21 ปี
ที่เกิดปิ๊งไอเดียกระฉูดนี้ขึ้นมาได้ เพราะต้องการหาเงินใช้

Alex Tew นักศึกษาที่ว่านี้ สร้าง The Million Dollar Homepage ขึ้นมา
โดยแบ่งเนื้อที่บนหน้าจอเป็นตารางละ 10×10 พิกเซล ได้ 10,000 ตาราง
แล้วประกาศขายเนื้อที่บนหน้าเวบในราคาพิกเซลละ 1$ (แต่ต้องซื้อขั้นต่ำ 100$ จะได้ 1 ตารางพอดี)
ปรากฏว่าก็มีคนบ้าจี้ซื้อโฆษณาเค้าจริงๆ จนตอนนี้ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ (ถ้าคลิกไปดู)
เต็มพรืดไปหมด แต่เท่าที่มองส่วนมากก็เป็นพวกเวบโป๊ กับคาสิโนออนไลน์ แล้วก็จิปาถะ
แต่ละรูปเล็กๆ นั้นพอเอาเมาส์ไปวางก็จะมี pop-up tool tip บอกรายละเอียดอีกนิดหน่อย
แล้วก็คลิกเปิดหน้าใหม่ไปเวบนั้นได้

ผมว่าเคยเห็นรูปธงชาติไทยนะ แต่ตอนนี้มองหาไม่เจอแล้ว
ตอนเปิดใหม่ๆ ที่ยังไม่เต็มจออย่างนี้ ก็ดูสวยแล้วก็โดดเด่นดี
แต่เต็มจอแบบนี้ไม่เข้าใจว่ามันจะเข้าถึงคนอ่านได้ยังไง หรือว่าคงเพราะมันท้าทายให้ค้นหามั้ง
มาเล่นเกมส์แข่งกันหาธงชาติเรากันมั้ยครับ…ใครเจอก่อนมารับรางวัลที่ผม ^_^

ความสำเร็จของเวบนี้ก็ทำให้มีคนเอาไปเลียนแบบแล้วหลายเวบ (เป็นธรรมชาติ)
ลองไปดูรายชื่อที่ PixelSiteLinks.Com ได้ครับ
แล้วมีหรือที่คนไทยเราจะพลาด แวะดูได้ที่ ThaiPixel.com (อันนี้ยิ่งกว่าธรรมชาติ)

จริงๆ ประเด็นที่จะพูดถึงก็คือ ถึงตอนนี้ความดังของมันก็ตกเป็นเป้าแล้วครับ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเวบนี้ถูกแฮคเกอร์โจมตี และเรียกค่าไถ่ 50,000$

Alex บอกว่าเค้าแน่ใจว่าเวบถูกโจมตีด้วย Distributed Denial-of-Service (DDoS)
(ใครไม่รู้จัก Denial-of-Service ก็คลิกไปดูนะครับ ผมว่าเค้าทำรูปเข้าใจง่ายดีมากๆ
ไม่เหมือนของไทยที่ ThaiCERT แปลไว้ อันนั้นต้องตั้งใจอ่านอย่างสูง)
นี่คือปัญหาปวดหัวของคนทำเวบจริงๆ เพราะพอเวบเซิร์ฟเวอร์มันล่มไปทีนี่ก็เซ็งแท้

ผู้บริหารของ InfoRelay บริษัทเจ้าของโฮสต์
ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าถูกเรียกค่าไถ่ 50,000$ จริง
งานนี้ประมาณออกมาว่ามีเครื่องที่ถูกใช้เป็นต้นทางในการโจมตีไม่ต่ำกว่า 20,000 โฮสต์เลยทีเดียว
มีร่องรอยว่าอาจเป็นฝีมือกลุ่มแฮคเกอร์รัสเซีย แต่ทุกอย่างเค้าบอกว่าส่งต่อให้ FBI จัดการแล้ว

แหม…ยังกะในหนัง

ที่มาNews.com

Golden Globe Award 2006

ผลรางวัลลูกโลกทองคำที่เพิ่งประกาศเมื่อวานครับ
เวทีนี้ก็น้องๆ ออสการ์ เพราะหนังที่ได้รางวัลใหญ่จากงานนี้มีโอกาสที่จะไปคว้าออสการ์สูง
เพราะที่ผ่านมาผลของทั้งสองเวทีนี้ก็เหมือนกันเกิน 50% เกือบทุกครั้ง
ที่แตกต่างกันก็ตรงลูกโลกทองคำจะแบ่งรางวัลใหญ่ๆ ตามประเภทหนังเป็นสองแบบคือประเภทหนังชีวิต (Drama)
กับประเภทหนังตลกหรือเพลง (Musical or Comedy)
ในขณะที่ออสการ์จะไม่มีการแบ่งประเภทแบบนั้น
ก็เรียกได้ว่าใครหรือเรื่องไหนที่ได้ลูกโลกทองคำก็มีโอกาสลุ้นออสการ์ในอีกไม่กีสัปดาห์ข้างหน้านี้สูงขึ้นมาก

มาเข้ารายละเอียดกันเลยครับ…

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า : Brokeback Mountain
-ผมอยากดู A History of Violence ที่เข้าชิงด้วยกันมากกว่านิดหน่อย
เพราะเห็นหนังตัวอย่างแล้วน่าสนุกมาก

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทดราม่า : Felicity Huffman จาก Transamerica
-ไม่เคยเห็นฝีมือ ถ้ามีโอกาสเข้าฉายบ้านเราก็น่าลองไปดูเหมือนกัน

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทดราม่า : Philip Seymour Hoffman จาก Capote
-คนนี้ฝากฝีมือในบทสมทบมาแล้วหลายครั้ง ก็น่ายินดีกับเค้าที่ได้นำชายคราวนี้

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง : Walk The Line
-หนังชีวประวัตินักร้องดัง จอห์นนี่ แคช เรื่องนี้เป็นตัวเต็งมาตั้งแต่ประกาศสร้างกับประกาศทีมนักแสดง

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทตลกหรือเพลง : Reese Witherspoon จาก Walk The Line
-เพิ่งไปดู Jusk Like Heaven ของเธอมาครับ น่ารักมากๆ ไปดูกันเถอะ
แล้วค่อยมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งในหนังที่มีรางวัลการันตีเรื่องนี้

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทตลกหรือเพลง : Joaquin Phoenix จาก Walk The Line
-ติดใจใครหลายคนมาแล้วจากบทจักรพรรดิคอมโมดัสใน Gladiator
และเมื่อเร็วๆ นี้จาก The Village คราวนี้เห็นแล้วครับว่าเค้าตัวจริง

นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : Rachel Weisz จาก The Constant Gardener
-เคยเห็นแต่ในบทสวยๆ อย่างใน Constantine, The Mummy ทั้งสองภาค
นี่คืออีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดครับ เข้าชิงภาพยนต์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่าของปีนี้เหมือนกัน
ผลงานจากผู้กำกับหนังบราซิลสุดสนุกที่มาฉายบ้านเราเมื่อปีที่แล้วอย่าง City of God

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : George Clooney จาก Syriana
-ได้รางวัลกับเค้าแล้วครับ หนุ่มใหญ่เซ็กซี่ฝีมือดีคนนี้ หนังที่เค้าเพิ่งกำกับเรื่องที่ 2
ก็ได้เข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่าคราวนี้ด้วยเชียวนะ (Good Night, And Good Luck)
เฮียแกนี่เอาดีได้ทั้งเล่นหนังและกำกับเหมือนกับเมล กิ๊บสันเลย
เพราะเดี๋ยวก็ต้องไปเข้ากล้อง Ocean 13 ภาคต่อจาก Ocean 11 กับ 12 ที่ฮิตมาแล้วก่อนหน้า
Syriana ไม่ควรพลาดเพราะนี่คือหนังเจาะลึกวงการค้าน้ำมัน
ที่น่าดูไม่แพ้ตอนที่ผู้กำกับคนนี้ทำหนังตีแผ่วงการค้ายาเสพติดใน Traffic เลย

ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : Ang Lee จาก Brokeback Mountain
-หนังมนุษย์ยักษ์จอมพลัง Hulk ทำให้ผู้กำกับจากจีนแผ่นดินใหญ่คนนี้เสียรังวัดไปนิดหน่อย คราวนี้แก้มือแล้วครับ
แต่ถึงใครจะว่าไม่ดีสิ่งที่ผมชอบที่สุดใน Hulk นอกจากนางเอกเจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่แล้ว
ก็คือฉากจบที่เห็นดร.บรูซ แบนเนอร์อยู่ในป่ากำลังเจอกับพวกลักลอบตัดไม้นั่นแหละ

บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : Brokeback Mountain โดย Larry McMurtry กับ Diana Ossana
เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : A Love That Will Never Grow Old จาก Brokeback Mountain
–คงไม่ต้องบรรยายอะไรอีกแล้วกับเรื่องนี้ กวาดไปซะขนาดนั้น

ดนตรีประกอบภาพยนต์ยอดเยี่ยม : Memoirs Of A Geisha โดย John Williams
-คอมโพสเซอร์คู่บุญของสตีเว่น สปีลเบิร์ก ที่แทบไม่มีครั้งไหนที่ผู้กำกับใหญ่จะไม่เรียกใช้บริการ
เรื่องนี้สปีลเบิร์กเปลี่ยนใจไปอำนวยการสร้างจากที่คิดไว้แต่แรกว่าจะกำกับเอง
แล้วไปได้ผู้กำกับ ร็อบ มาแชล ที่เคยฝากฝีมืออันยอดเยี่ยมไว้จากเรื่อง Chicago
แต่มาเรื่องนี้รู้สึกว่าจะแป้กนิดหน่อยเรื่องรายได้ในอเมริกา
แต่ดนตรีของจอห์น วิลเลี่ยมยังไว้ใจได้เหมือนเดิม

ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม : Paradise Now หนังจาก ปาเลสไตน์
-จำชื่อไว้ เผื่อไปเจอที่ไหน จะได้ลองพิสูจน์ เพราะไม่ใช่ว่าจะหาดูกันได้ง่ายๆ
แต่ที่แน่ๆ คนเล็กหมัดเทวดา ของเฮียโจวซิงฉือ กับ คนม้าบิน ของเฉินข่ายเก๋อ ที่ร่วมเข้าชิงกินแห้วทั้งคู่ครับ
(สงสัยเพราะชื่อไทยไม่เป็นสิริมงคล)

ในส่วนของซีรีย์ เนื่องจากผมไม่มีเคเบิ้ลทีวี เลยไม่ได้ติดตาม เอาผลลงไว้ให้ดูเฉยๆ ก็แล้วกันครับ
เผื่อใครอยากจะลองดูเรื่องไหน แล้วไม่รู้จะเริ่มจากอะไร จะได้รู้จักไว้บ้าง
อย่าง Lost นี่ก็ดังพอสมควร ในเวบพันทิปก็พูดถึงกันเยอะ ถ้ามีโอกาสก็น่าลองดู

ตอนนี้ผมรอซื้อดีวีดี เรื่อง 24 อย่างเดียว ดูมา 3 season แล้ว มันจริงๆ ขอบอก…
ที่อเมริกาเพิ่งจะกำลังฉาย season 5 บ้านเราเพิ่งออกมาแค่ 3 season เนี่ยแหละ
อีกเรื่องที่ดูอยู่ ก็ CSI แต่ดูแค่ Las Vegas กับ Miami ส่วน New York ยังไม่มีแผ่นลิขสิทธิ์ออก ก็รอไปก่อน

ทีวีซีรี่ย์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า : Lost ของ Touchstone Television สถานี ABC
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากทีวีซีรี่ย์ประเภทดราม่า : Geena Davis จากเรื่อง Commander In Chief
-ไม่นึกเลยว่าเจ๊คนนี้จะหันไปเอาดีทางจอแก้วซะแล้ว

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากทีวีซีรี่ย์ประเภทดราม่า : Hugh Laurie จากเรื่อง House

ทีวีซีรี่ย์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง : Desperate Housewives
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากทีวีซีรี่ย์ประเภทตลกหรือเพลง : Mary-Louise Parker จากเรื่อง Weeds
-คนนี้นานๆ ก็มาขึ้นจอใหญ่ ที่จำแม่นหน่อยก็ตอนมาเล่น Red Dragon
เป็นเมียพระเอกวิล แกรห์ม คนที่จับดร.ฮันนิบาลเข้าคุกนั่นแหละ

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากทีวีซีรี่ย์ประเภทตลกหรือเพลง : Steve Carell จากเรื่อง The Office
-พี่แกเพิ่งเขยิบมาเล่นหนังใหญ่กะเค้าเหมือนกัน ผ่านไปหมาดๆ กับ The 40 Year Old Virgin

ส่วนรางวัลเกี่ยวกับมินิซีรี่ย์ไม่ขอพูดถึงก็แล้วกันนะครับ เพราะบ้านเราคงไม่ค่อยมีคนรู้จัก
(ไม่รู้จะย่อยอะไรกันนักหนา ทำเป็นรางวัลเมขลาไปได้ แจกครบทุกรายการแล้วมั้ง)

งานนี้รางวัลใหญ่ๆ ส่วนมากตกเป็นของ Brokeback Mountain ของผู้กำกับอัง ลี
ที่เคยทำหนังอย่างเสือหมอบมังกรซุ่ม (Crouching Tiger, Hidden Dragon) กับ Hulk ยักษ์เขียวจอมพลังมาก่อนหน้านี้
เรื่องนี้มาแนวชีวิตรักที่ต้องปกปิดระหว่างสองคาวบอยหนุ่ม(หล่อมาก)ในเรื่อง ที่แอบรักกัน!!!
คือ ฮีธ เลดเจอร์ (The Patriot, A Knight Tales และกำลังจะมีหนังยอดนักรักคนดังของโลก Casanova ให้ดู)
กับ เจค กิลเลนฮาล (Donnie Darko, The World After Tomorrow
หลายคนคงกำลังรอดูหนังใหม่เกี่ยวชีวิตเกี่ยวกับการเป็นทหารเกณฑ์
หรือที่เราเรียกกันว่า “ไอ้เณร” ใครรู้ว่าเพราะอะไรถึงเรียกอย่างนั้นมาบอกกันมั่งนะครับ
ผมเดาว่าเพราะหัวเกรียนเหมือนเณรมั้ง ฝรั่งเค้าก็มีคำเรียกของเค้าเหมือนกันครับ คือ Jarhead
เรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ เพราะจะมีส่วนที่เกี่ยวกับประสบการณ์ไปรบในสงครามอ่าวด้วย
ท่าทางจะออกแนวเสียดสีตีแผ่แฉโพย เพราะเห็นมีคำโปรยว่า “Welcome to the Suck.” …เอากะเค้าสิ)

ว่ากันถึง Brokeback Mountain ในความรู้สึกผม (ที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้) ไม่คิดว่านี่จะเป็นหนังเกย์แบบนั้น
แต่มันเป็นมันหนังชีวิตรักของคนสองคนที่รักกันแบบต้องปิดบังมากกว่า (ข่าวว่าภาพวิวในหนังสวยมาก)

มีข้อสังเกตอย่างนึงครับว่าปีนี้ดูท่าว่าจะเป็นปีของเกย์ เพราะนอกจาก Brokeback Mountain ที่ได้รางวัลใหญ่ๆ ไปเยอะแล้ว
รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทหนังชีวิต คือ ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมนที่ได้มาจากบท Truman Capote
ก็เป็นเรื่องราวของนักเขียนเกย์ (แต่ประเด็นของหนังไม่เน้นเกย์นะครับ)
และรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทหนังชีวิตที่ ฟิลิซิตี้ ฮัฟแมน ได้จาก TransAmerica ก็คือบทกระเทยแปลงเพศ!!!
ไม่รู้งานนี้จะมีเทปบันทึกภาพให้ดูกันอีกรอบรึเปล่า อยากเห็นบรรยากาศจริงๆ

ดูอย่างนี้แล้วรู้สึกได้เลยมีหนังให้ต้องดูอีกเยอะจริงๆ
ตอนนี้ก็โหลดหนังตัวอย่างทั้งหลายแหล่ที่ Apple.Com มาดูไปพลางๆ ก่อน

วันก่อนนั่งรอหนังฉายอยู่หน้าโรงหนังสกาล่าที่สยามแสควร์ รู้สึกตกใจเล็กน้อย
เมื่อพบว่าโปสเตอร์หนังตั้งแต่หัวแถวจนสุดปลายแถวที่แปะอยู่หน้าโรง
ทั้งหมด 17 ใบ 17 เรื่อง ล้วนเป็นหนังที่อยากดู และคาดว่าต้องตีตั๋วดูทั้งสิ้น
น่าหนักใจจริงๆ…

ที่มาHollywood Foreign Press Association

ปล.รู้สึกว่าวันนี้จะเขียนยาวเกินไปนะเนี่ย

วันครู

อยากเล่าประสบการณ์ให้ฟังครับ ไหนๆ ก็วันครูทั้งที
ขอไปขุดบทความเก่าที่เคยเขียนไว้ถึงครูที่ประทับใจมาเรียบเรียงใหม่ไว้ที่นี่ซะหน่อย

คนเรามีครูมากมายหลายคน แต่ต้องมีอย่างน้อยซักคนแหละที่เป็นครูในดวงใจเรา
ครูที่ผมประทับใจทุกวันนี้ ชื่อครูสมศักดิ์ครับ สอนผมตอน 9 ขวบ สมัยเรียน ป.3
(ตอนประถมจะเรียกว่า “ครู” แต่พอขึ้นมัธยมเป็นต้นไป
ทุกคนพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็น “อาจารย์” โดยไม่มีใครบอก แปลกดีเหมือนกัน)

โรงเรียนประถมต่างจังหวัดจะมีครูประจำชั้น ห้องละ 1 คน
และสอนมันทุกวิชานั่นแหละ ตลอดปีก็อยู่กับครูคนนี้คนเดียว
ครูผมคนนี้เอกคณิตศาสตร์ครับ แต่วิชาอื่นท่านก็สอนได้ดีนะครับ
ผมโตมาและนึกขอบคุณครูคนนี้ของผมอยู่ทุกวัน

วันแรกของการเปิดภาคเรียน
ครูก็ไปเอาลูกชายที่อยู่อีกห้องนึงมาเรียนห้องเดียวกันซะ
แล้วก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันจนทุกวันนี้

ครึ่งวันแรกของวันเปิดภาคเรียนนั้น ครูสั่งให้เราทั้งห้องนับ 1 ถึง 100 อยู่นั่นแหละ
นับจบแล้วก็ให้นับใหม่ ตั้งแต่แปดโมง จนใกล้ๆ สิบเอ็ดโมง
ก็มีคำสั่งสุดท้ายว่า นับ 1 ถึง 1000
แล้วครูก็ออกไปครับ (-_-“)

โรงเรียนผมเด็ก ป.1-ป.3 พักกินข้าวกลางวันสิบเอ็ดโมงครึ่ง
ส่วน ป.4-ป.6 จะไปตอนเที่ยงตรง
เราก็นับกันไป ผมจำแม่นเลย นับถึงเจ็ดร้อยกว่าๆ
รุ่นพี่ก็มาไล่ให้ไปกินข้าวครับ สมัยเด็กๆ นี่ซื่อ(บื้อ)กันจริงๆ
นี่กะว่าถ้ายังนับไม่ถึงพันก็คงไม่ต้องกินข้าวแน่ๆ

พอตอนบ่ายก็เริ่มสูตรคูณแม่ 2 ครับ
ห้ามท่องเป็นอาขยาน สองหนึ่งสอง สองสองสี่ เด็ดขาด
ให้ใช้วิธีบวกในใจ แล้วพูดเลขถัดไปออกมา
สอง สี่ หก แปด สิบ ไปถึง 200
สาม หก เก้า สิบสอง ถึง 300
สี่ แปด สิบสอง สิบหก ยี่สิบ … 400
แม่ 5 ข้ามไปเลย เพราะง่าย (-_-“)
หก สิบสอง สิบแปด ยี่สิบสี่ สามสิบ…600
เจ็ด สิบสี่ ยี่สิบเอ็ด ยี่สิบแปด สามสิบห้า…700


แม่ 10 ข้ามอีกแล้ว

ถึงแม่ 12 ตามมาตรฐานตารางท่องจำหลังปกสมุดแจกฟรีในสมัยนั้น

พอวันต่อๆ มา คล่องแล้วก็ ท่องแบบคูณ 10 อีกชุดนึง
แม่ 20, แม่ 30, แม่ 40,…,แม่ 120

จากนั้นก็ต่อด้วย กลอนพระอภัยมณี ตอนฤๅษีสอนสุดสาครอีกชุดนึง
(ท่อนที่ว่า “..แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์…” นั่นแหละ)
พวกมาตราชั่ง ตวง วัด ต่างๆ อีกชุดใหญ่
กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เช้าก่อนเรียนวิชาอื่น และเย็นก่อนกลับบ้าน

ห้องผมเป็นกลุ่มเดียวในชั้นเดียวกันที่ได้เรียนสูตรคูณพิสดารนี้
ก็เท่ห์ดีครับ เก่งเลขกันถ้วนหน้าเลย
วิชาอื่นก็ไปวัดไปวาได้หมด

บางวันแกก็เขียนเลขเต็มกระดานดำ แล้วให้พวกเรานั่งกอดอก
บวกเลขทุกตัวในใจแล้วไปกระซิบคำตอบกับแก
ใครตอบถูกก็ไปนั่งเล่น ใครตอบผิดก็มาคิดใหม่

ช่วงปลายปีอากาศหนาวตามประสาจังหวัดทางเหนือของประเทศ
เราเป็นกลุ่มเดียวที่ได้สนุกกับการขนย้ายโต๊ะเก้าอี้จากชั้นสองของอาคาร
มาตั้งนั่งเรียนกันกลางสนามฟุตบอลรับวิตามินอีจากแสงแดด

ตอน ป.3 การไปโรงเรียนเลยเป็นเรื่องสนุกมากๆ ช่วงนึงเลยทีเดียว
ขนาดต้องไปเรียนชดเชยวันเสาร์ เราก็ไม่ยอมขาดเรียนกัน

ปัจจุบันท่านก็ไปเป็นพระอาจารย์อยู่วัดป่าที่อุดรธานีซะแล้ว
คงเพราะเบื่อระบบราชการเต็มที
ยังไม่มีโอกาสไปแวะกราบท่านเลย

คำสอนนึงที่ผมยังเชื่อและทำอยู่จนทุกวันนี้ของครูก็คือ
“ไม่ว่าจะเป็นใคร แม่ค้า ซาเล้ง คนกวาดถนน พนักงานขับรถ
ภารโรง สัปเหร่อ ฯลฯ ก็เป็นครูเราได้ทั้งนั้น ถ้ารู้จักเรียนรู้จากเค้า”

มีใครแถวนี้เรียนห้องเดียวกับผมบ้างมั้ยเนี่ย…

Automatic Updates ของ Windows ทำพิษซะแล้ว

คนที่ใช้ Windows XP คงคุ้นเคยกับ Automatic Updates
มันจะมีให้เลือกว่าเราจะใช้คุณสมบัตินี้หรือไม่
ถ้าเลือก Turn off ก็จะรำคาญหน่อยเพราะมันจะพยายามบอกให้เราเปิดใช้ให้ได้
ด้วยการเด้งบอลลูนป๊อปอัพมากวนใจอยู่เรื่อยๆ

แต่ถ้าเลือกที่จะเปิดใช้คุณสมบัตินี้ ก็จะมีทางเลือกให้ 3 แบบ
หลายคนคงตั้งเป็น Automatic (เพราะมันวงเล็บบอกไว้ว่า recommended)
อีกสองอันคือดาวน์โหลดแพทช์อัพเดทมาเลย แต่ให้เราเลือกเองว่าจะติดตั้งเมื่อไหร่
กับเตือนเฉยๆ ว่ามีแพทช์อัพเดทแล้ว แต่ยังไม่ต้องดาวน์โหลดมาให้เสียเวลา

ปัญหาเกิดขึ้นกับคนที่เลือกข้อสอง คือ Download updates for me, but let me choose when to install them.
ปรากฏว่ามีแพทช์ตัวหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ คือ WMF patch (912919) ละเมิดข้อกำหนดที่ว่านี้ได้ครับ
คือมันไม่รอให้คุณเลือกว่าจะติดตั้งเมื่อไหร่ มันดันติดตั้งลงไปให้คุณเลย
เท่านั้นยังไม่พอครับ พอติดตั้งเสร็จมันก็ reboot ให้อีกต่างหาก!!!

งานนี้มีคนหัวเสียกันเยอะแน่นอน ไมโครซอฟท์รับเละอีกแล้วครับ

ที่มาOSNews.com

มารู้จัก RSS Feed กันเถอะ

เมื่อวานเพิ่มความสามารถให้เวบด้วยการเพิ่ม RSS Feed (คลิกได้ที่รูป RSS ข้างล่างสุด)
ปรากฏว่ามีหลายคนที่รู้จักกัน และพวกคนใกล้ตัวทั้งหลาย ไม่ค่อยมีใครรู้จัก RSS Feed เลย
(แต่คนที่รู้จักในเนท เค้าใช้กันมานานมากแล้วนะ)
แปลกใจนิดหน่อย เลยนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเขียนถึงซะนิดนึง

ผมรู้จัก Feed Reader ครั้งแรกเนื่องจากเป็นหนึ่งในความสามารถของ Avant Browser
(เรียกว่า “อา-วอง” จนติดปากไปแล้ว ไม่รู้จริงๆ มันออกเสียงว่ายังไงกันแน่)
Avant เป็นโปรแกรมเวบบราวเซอร์ที่ใช้แกนหลักเป็น IE
คือต้องมี IE ก่อน แล้วค่อยลง Avant ลงไปครอบเพื่อเพิ่มความสามารถ
เวอร์ชั่นล่าสุดเมื่อ 31 ธันวาคม 2548 คือ 10.1 Build 40 เป็นฟรีแวร์ ถึงไม่โอเพ่นซอร์ส แต่ก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
(หวังว่าซักวันมันจะเลิกเกาะกับ IE ซะที)

ความสามารถที่ชอบก็มี URL Alias เอาไว้ย่อ url ที่ชอบเข้าบ่อยๆ จะได้พิมพ์สั้นๆ (บางคนอาจชอบใช้ bookmark แทนมากกว่า)
Pop-Up Blocker กับ Ad Blocker ที่เปิดปิดได้สะดวก
เวลาเปิดหลายๆ หน้าจะมี Taskbar เดียว แต่แบ่งเป็นหลายๆ Tab แทน (คล้ายกับ FireFox แต่ Tab อยู่ข้างล่าง สะดวกมือกว่ากันเยอะ)
เพิ่มความสามารถให้เมาส์ได้ (ผมเลือกใช้แบบกดปุ่มกลางให้เปิดลิงก์หน้าใหม่ ถ้าเป็น IE ต้องกด Shift ก่อนถึงจะทำได้อย่างนี้)
มี Option ให้ปรับมากขึ้นอีกจาก Option ของ IE
และอย่างที่บอกข้างต้น มันมี RSS/Atom Reader ให้ในตัว
ซึ่งไมโครซอฟท์กว่าจะมีให้ก็ต้องรอ IE 7 น่ะแหละ (ตอนนี้ยังเป็น Beta อยู่)
(ไม่รู้ถึงวันนั้นแล้ว Avant จะปิ๋วไปเลยรึเปล่า)

อ่า…ว่าจะเขียนเรื่อง Feed Reader ดันกลายเป็นแนะนำ Browser ไปซะแล้ว

กลับเข้าเรื่องของเราต่อ

RSS ย่อมาจาก Really Simple Syndication ปัจจุบัน (รวมทั้งที่ผมใช้ตอนนี้) เป็นเวอร์ชั่น 2.0 แล้ว
แต่กำลังจะมีมาตรฐานใหม่มาแทน คือ Atom ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่น 0.3 อยู่ครับ

เพื่อไม่ให้สับสน RSS Feed ส่วนมากมักจะเห็นโลโก้แบบนี้ –>
บางทีก็เป็นสีน้ำเงิน หรือไม่ก็เป็นคำว่า XML แทน RSS

ส่วน Atom Feed จะใช้โลโก้ (อย่างเป็นทางการ) แบบนี้ –>
แต่ส่วนใหญ่มันก็ยังอ่านร่วมกันได้
แม้ตอนนี้เทรนด์กำลังจะไปทาง Atom มากกว่าก็ตาม (แหงล่ะ…ของใหม่ก็ต้องทำให้ดีกว่าสิ)

เนื่องจากบราวเซอร์ที่ว่านี้มีคุณสมบัติ RSS Reader แล้วก็แถมลิงก์มาจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ล้วนแต่น่าสนใจทั้งสิ้น
ถึงมันยังไม่สามารถอัพเดทได้โดยอัตโนมัติ แต่ชีวิตการอ่านเวบของผมก็ดีขึ้นเยอะ
เพราะสะดวกและเร็วกว่าต้องเปิดไปทีละเวบ รอโหลดกว่าจะเต็มหน้า
ก็ได้ Feed Reader มาช่วยคัดหัวข้อ และเนื้อหาเบื้องต้นเท่าที่แต่ละเวบเตรียมไว้ให้เป็น XML
ถ้าอยากอ่านรายละเอียดต่อก็ค่อยกดเข้าไปตามลิงก์อีกที
ก็เลยมีเวลาอ่านนู่นอ่านนี่ได้เยอะขึ้น

และยิ่งตั้งแต่กระแส Web Log (Blog) ที่ฮิตมากในสองสามปีนี้
คนดังๆ อย่างพวก CEO ของบริษัทใหญ่ๆ ทั้งหลาย, โปรแกรมเมอร์คนสำคัญๆ ของวงการ,
ดารา, นักศึกษา, นักคิดนักเขียน หรือแม้แต่คนใกล้ตัวเราเอง ก็หันมาเขียนบล็อกกันเยอะ
Feed Reader ก็ยิ่งมีบทบาทมาก เพราะคงไม่มีอะไรสะดวกไปกว่า
เปิดบราวเซอร์หน้าเดียวแล้วดึงข้อมูลที่เราสนใจมาอ่านเอง สบายกว่าเป็นไหนๆ

ปัจจุบัน Feed Reader พัฒนาไปมาก จนเดี๋ยวนี้มีเป็นบริการแบบออนไลน์แล้ว
ซึ่งดีกว่าเดิมมาก เพราะใช้เวบบราวเซอร์อะไร นั่งอยู่ที่ไหนก็อ่านได้ แถมยังอัพเดทได้อัตโนมัติด้วย
ตอนนี้ผมใช้บริการของ BlogLines อยู่ครับ
ใครอยากลองดูก็คลิกตามไปเลย…