Bangkok – Sukhothai Day 1

ชวนหนุ่มๆ ที่บ้าน @hypermale กับ @ipats ไปเที่ยวบ้านเกิดผม ที่ จ.สุโขทัย
ไปโพสบอกพี่ๆ น้องๆ ใน Majorbike ด้วย เลยได้ เบิ้ม มาร่วมปั่นด้วยอีกคน
เบิ้มฟิตมาก ตัดสติ๊กเกอร์ทำเสื้อยืดอวดทันที แถมตัดมาเผื่อด้วย 3 ชุด เลยซื้อเสื้อยืดขาว FBT จากโลตัส
มาคนละตัว แล้วก็พ่นสีสเปรย์ ทำคืนก่อนออกปั่น แป๊บเดียวก็เสร็จ

เช้า 6 โมง ก็ตื่นอาบน้ำเก็บของใส่เป้ เลือกแต่ของจำเป็น ให้กระเป๋าเบาที่สุด
ออกจากบ้าน 7 โมงครึ่ง

เป็นครั้งแรกที่จะออกปั่นกันไกลๆ ขนาดนี้ แถมใช้รถไม่ถูกประเภทด้วย
ปกติการปั่นทางไกลจะมีจักรยานที่เรียกว่าทัวริ่ง รถเบาๆ มีตะแกรงติดข้างล้อหน้าหลังใส่กระเป๋าสัมภาระ
ล้อเล็กๆ หน่อย เรามีแต่รถฟรีไรด์กึ่งดาวน์ฮิลที่เอาไว้ใช้ลงเขา โช้คยุบนุ่มนิ่มยวบยาบ กินแรงปั่นตอนทางเรียบน่าดู
แต่ก็น่าสนุกดี

ที่จริงเสื้อทำสกรีน(แบบพ่นสเปรย์)ด้านหลัง แต่นึกขึ้นได้ว่าตอนใส่แล้วสะพายเป้มันจะไม่เห็น
เลยกลับด้านมาใส่ด้านหน้าแทน ใส่ทับเสื้อแขนยาวกันแดดอีกที

ปั่นออกจากรัชวิภา ไปตามเส้นวิภาวดีรังสิต ชั่วโมงต่อมาก็ถึงแยกฟิวเจอร์พาร์ค

เริ่มหิวข้าว ตอนแรกจะกินในตลาดรังสิต แต่แข็งใจออกไปต่ออีกหน่อย
ผ่าน ม.กรุงเทพ ทัศนียภาพโดดเด่นมาก อยากนั่งกินข้าวแถวนี้นานๆ แต่ไม่รู้จะกินอะไร
เลยตัดใจปั่นต่อ กะว่าไปกินแถวธรรมศาสตร์รังสิต วิวคงดีไม่แพ้กัน แต่คิดผิดครับ
เลยได้ไปกินอาหารอิสลามที่เลยไปอีกหน่อยแทน

อัดโปรตีนด้วยข้าวหมกไก่/เนื้อ และซุปเนื้อรสแซ่บ และน้ำฝรั่งเพิ่มวิตามินซี
ถึงตอนนี้ก็ออกจากกรุงเทพได้ประมาณ 37 กม. แล้ว

ช่วง 50 กม.แรก ถนนยังมีรถแน่น พอสายๆ หน่อย เริ่มออกนอกเมืองก็เริ่มโล่ง
แต่จะมีรถบรรทุกสิบล้อ รถบัสเยอะหน่อย แดดเริ่มร้อน
พอเจอศาลาพักข้างทาง ทุกคนต้องรีบพุ่งไปหาเบิ้ม เพราะเป็นคนเดียวแบกถุงน้ำใส่เป้มาด้วย

ต้องขอบใจเบิ้มมาก ที่เสียสละแบกมา ความจริงเป้ deuter ที่ใช้กัน มันก็มีช่องใส่ถุงน้ำทุกใบ
แต่ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องแบกมาให้หนัก น้ำ 3 ลิตรก็หนักตั้ง 3 กก. ปวดหลังแย่
เอาไว้ใช้ตอนไปลงแทร็คในป่าในเขาที่ไม่มีน้ำให้กินก็พอ ปั่นบนถนนหลวงแบบนี้หาซื้อน้ำตามปั๊มไม่ยากหรอก
คิดผิดจริงๆ

ช่วงบ่าย พ้นปทุมธานีแล้วก็เข้าอ่างทอง

แดดร้อนแรงสะใจมาก แต่ยังสบายๆ กันอยู่

ก้มหน้าก้มตาปั่นกันไป

ไชโย!

บ่ายสองก็แวะกินข้าวในปั๊ม ปตท.ที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง

บ่ายแก่แล้วแดดยิ่งแรง เริ่มเมื่อยก้น แต่ไม่หนักเท่าปวดขา
ปั่นไปเรื่อยๆ บ่ายสามครึ่งก็เข้าเขต จ.สิงห์บุรี

แวะพักศาลาข้างทางประมาณ ทุก 20-30 กม.
ต่ายกับเบิ้มลองสลับรถกันปั่น พอออกจากศาลาพบว่ายางรั่ว!
แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เรามีอุปกรณ์พร้อม

แก้ไขแป๊บเดียวก็ปั่นได้ต่อ

ห้าโมงเย็นปั่นผ่านแยกสิงห์บุรีใต้ มาถึงโลตัส สิงห์บุรี คะเนกันแล้วยังมีแรงปั่นต่อได้
อีก 20 กม.ก็เข้าตัว อ.อินทร์บุรี แต่เช็คดูใน GPS พบว่าอาจไม่มีโรงแรมให้พักที่อินทร์บุรี
เลยปั่นต่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสิงห์บุรีที่แยกสิงห์บุรีเหนือ เข้าไปอีก 3 กม.ก็ถึงตัวจังหวัด
ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปวนในตัวเมือง มองหาโรงแรมที่น่าจะเอาจักรยานเข้าไปเก็บได้ปลอดภัย

เจอโรงแรมที่น่าจะหรูสุดในเมืองสิงห์บุรีแล้วมั้ง ไชยแสงพาเลซ (สิงห์บุรีพาเลซเดิม)
เพราะมองไปทางไหน ห้างร้านใหญ่ๆ มีชื่อ ไชยแสง หมดเลย คงเป็นตระกูลเศรษฐีใหญ่
เดี๋ยวต้องถาม @kengggg เพราะจำได้ว่าเป็นคนเมืองสิงห์

โรงแรมห้องเตียงคู่คืนละ 600 บาท ใต้โรงแรมมีห้องเก็บของที่เอาจักรยานไปเก็บได้ ล็อคแน่นหนาปลอดภัย
บริการดี ห้องก็ดี วิวริมน้ำก็สวยใช้ได้ ถ้าใครมาสิงห์บุรีจะแนะนำให้พักที่นี่เลย
ตอนค่ำก็ปั่นออกไปกินข้าวในตลาด ได้คำแนะนำว่าต้องไปกินปลาที่ร้านรำพึง
อร่อยดีเหมือนกันครับ โดยเฉพาะปลาช่อนกรอบผัดเม็ดมะม่วง แต่ราคาก็สูงนิดนึง
เสียดายไม่ทันได้สั่งเมนูปลาม้าที่ @roofimon แนะนำ
เดี๋ยวจะบล็อกเรื่องร้านอาหารแต่ละจังหวัดแยกไว้ต่างหากอีกที รูปเยอะแล้ว

วันแรกผ่านไปด้วยดี ออกจากกรุงเทพมาได้ 140 กม. ยังไม่เจ็บก้นมาก แต่ปวดขาหนักหน่อย
ต้องหาซื้อเคาน์เตอร์เพนมาถูนวดก่อนนอน ^_^v

2 thoughts on “Bangkok – Sukhothai Day 1”

  1. ทำไมมีเวลาว่างจัง สงสัยพักร้อนจะเยอะหรือไม่ก็ตกงาน อิอิ

Leave a Reply to suriyon Cancel reply

Your email address will not be published.