You are here

People

ประชาไทไนท์

รับปากกับนักข่าวสาวสวยไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนว่าจะไปร่วมงานประชาไทไนท์ด้วย
หลังจากที่ได้เมล์ชวน แถมยังโฆษณาไว้ในบล็อกนั้นอีกต่างหาก (ยาวซะด้วย)
ว่าด้วยงานประชาไทไนท์ ตอนแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ (เขียวตาเดียว)
คงเคยเห็นกันมาบ้างนะครับ เวลาเข้าเวบที่โดนบล็อคน่ะ

พอถึงวันจริง พยายามชักชวนพี่น้องเพื่อนฝูงรอบตัว ไม่มีคนไปด้วยเลย ให้คำตอบว่า"เดี๋ยวโดน คมช.จับ"
ทั้งๆ ที่ผู้จัดงานเค้ายืนยันแล้วว่า ไม่ต้องกลัว เพราะถ้าโดนจับจะซื้อข้าวผัดกับโอเลี้ยงไปฝาก
แถมจะช่วยหาทนายสู้คดีให้ด้วย แต่คนอื่นคงไม่มั่นใจ ไม่เป็นไร ไปคนเดียวก็ได้
ไปในงานเดี๋ยวก็ได้เจอบล็อกเกอร์ชื่อคุ้นๆ หน้าเดิมๆ ที่รู้จักกันมั่งเองแหละ

เลิกงานก็รีบพุ่งทะยานจากออฟฟิศด้วยน้องพลอย (ชื่อเล่นของ Specialized P3 คู่ใจคันใหม่ล่าสุด)
ถึงงานโรงละครมะขามป้อม แยกสะพานควาย สถานที่นัดเกือบๆ หกโมง คนคับคั่งแล้ว
ปรากฏว่าไม่มีที่จอด เลยต้องเสี่ยงดวงไปฝากล็อคไว้กับเครื่องปรับอากาศข้างป้อมตำรวจแทน
หลอกตัวเองว่าอุ่นใจแล้วก็ยังดี

ลงชื่อหน้างานแล้วก็รับแจกเอกสาร เกร็ดสำหรับบล็อกเกอร์ เป็นหนังสือทำมือตามสไตล์
กับซีดีสามัญประจำบ้าน "มีกูไว้ไม่ไร้เสรีภาพ" ข้างในก็เป็นเอกสารกับซอฟท์แวร์ตามคอนเซปท์งาน
เข้าไปก็เห็น mk, คุณปกป้อง, อ.มะนาว, อ.ธวัชชัย ก็อุ่นใจว่าคงไม่เหงา อย่างน้อยเราก็มีคนที่เรารู้จักล่ะวะ

Book Tag Meme

โดนคุณ wät แปะมา ด้วยความยินดีเลยครับ
เห็นครั้งแรกที่บล็อกพี่ไท้ ซึ่งก็ไปอ่านอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้ตอบ (เหมือนแชมป์เลย)
แล้วก็เริ่มกระจายต่อไป แต่ไม่เร็วเหมือนตอน blog tag เพราะคราวนี้
tag กันแค่ทีละ 2 คน

กติกาขอยกจากคนที่ tag ผมนี่แหละ เขียนเป็นข้อๆ อ่านง่าย น่าลอกดี ;-P
"กติกาการเล่น ไม่มีอะไรมาก เพียงทำตามนี้
1. หยิบหนังสือเล่มที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมา
2. เปิดไปที่หน้า 123 ไล่หาประโยคที่ 4 ในหน้านั้น
3. นำ 3 ประโยคที่อยู่หลังประโยคที่สี่ มาใส่ในบล็อก
4. ระบุชื่อคนเขียน และชื่อหนังสิอ
5. แปะคนต่ออีก 2 คน"

มองๆ หนังสือบนโต๊ะทำงานแล้วไม่รู้จะเอาเล่มไหน มีแต่หนังสือโปรแกรมมิ่ง
เห็นคนอื่นเค้าแนะนำกันแต่หนังสือภาษาอังกฤษ รู้สึกว่ามันจะดู geek ไปหน่อย
เลยเลือกเอาเล่มนี้ก็แล้วกัน

บรินและเพจจะจ่ายเงินอย่างรอบคอบตอนที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์
ซึ่งให้ชีวิตแก่ธุรกิจ แต่พวกเขาไม่ประหยัดเลยเมื่อมาถึงการสร้างวัฒนธรรมภายในกูเกิลเพล็กส์
และปลูกฝังความภักดีกับความพอใจในการทำงานในหมู่ชาวกูเกลอร์

แหม..รู้สึกมันช่างเหมาะเจาะจริงๆ ที่เลือกเล่มนี้มา
จากหนังสือ เรื่องราวของกูเกิล (The Google Story) เบื้องลึกแห่งความสำเร็จของธุรกิจ
สื่อเทคโนโลยีที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุค ของ David A. Vise กับ Mark Malseed
แปลโดย คุณวิภาดา กิตติโกวิท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น

ตอนแรกไม่รู้จะ tag ใครต่อ พอดีเห็น mk  พี่ป๊อก ที่ยังว่าง แถม หมวด ยังยุให้แปะต่อให้ ลิ่ว ด้วย
ก็รับไปทั้งสองคนเลยนะครับ ขอแปะคนดังหน่อยเถอะ ^_^

มีโจทย์อีกหลายข้อจากคุณ wät ที่น่าสนุกดี ลองตอบดู ผลออกมาเป็นแบบนี้...

The King of Movie Trailers

ดูหนังมาเป็นสิบๆ ปี เคยแอบสงสัยนิดหน่อยเกี่ยวหนังตัวอย่างที่ฉายในโรงหนัง
ซึ่งมี 2 แบบ คือ teaser กับ trailer
ทีเซอร์ คือแบบเรียกน้ำย่อย แค่ให้รู้ว่าจะมีหนังเรื่องนี้มาฉาย ตัวอย่างแคลสสิคที่ผมยกบ่อยๆ
ถ้าใครยังพอจำได้ ก็คืออันที่เป็นโลโก้รูปคล้ายๆ นกปีกยาวๆ ลอยมาประกบกับโลโก้รูปค้างคาว ปึ้ง! กลางจอ
แล้วก็มีตัวหนังสือ Summer 1997 (ประมาณนี้แหละ) เราก็รู้แล้วว่า Batman and Robin จะมาแล้ว
ส่วน เทรลเลอร์ คือตัวอย่างหนังที่บอกให้เรารู้เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในหนังมากขึ้นอีกหน่อย ว่าใคร ทำอะไร
เรียกว่า มี story line ให้รู้บ้างว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร

ถ้าสังเกต (ฟัง) ดีๆ จะรู้สึกว่าเสียงผู้บรรยายมันคุ้นมาก มันเป็นเสียงเดิมๆ ทุ้มๆ ใหญ่ๆ มีพลัง
แต่ก็ไม่เคยคิดจะหาข้อมูลเลย มัวแต่ปลื้มกับหนัง คุ้นๆ ว่ามีกระทู้ในพันทิปพูดถึงอยู่บ้าง นานๆ ที
วันนี้แวะไปที่เวบ Popcorn Magazine หนึ่งในแหล่งข้อมูลหนังในดวงใจที่ทำให้เลิกซื้อหนังสือไปหลายเล่ม
รวมทั้งเวบพันธมิตรที่แปะหัวไว้ด้วยกันคือ เจไดยุทธ กับ เด็กหนัง
(เวบเค้ามี license แบบ creative commons เหมือนกันเลยช่วยเอามากระจายต่อซะเลย)

ทำให้รู้ว่า Mr.Voice คนนี้ก็คือ ดอน ลาฟอนเทน ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาแล้วกว่า 40 ปี
จนเสียงเค้าแทบจะล้างสมองนักดูหนังทั้งโลกไปแล้วมั้ง จริงๆ ก็ยังมีคนให้เสียงบรรยายอีกหลายคนนะ
แต่คนนี้จะดังที่สุด มีผลงานเยอะสุด ว่างั้นเถอะ

ที่มา: รู้จักกับเจ้าของเสียงในตัวอย่างหนังฮอลลีวู้ดกัน โดยคุณ Yuttipung

Topic: 

Pages

Subscribe to RSS - People