หลังจาก barcampbangkok เมื่อต้นปี เหล่า geek ทั้งหลายก็หาเรื่องนัดเจอกันไม่วายเว้น
คราวนี้ มาสเตอร์ @sugree (ลืมเปลี่ยนภาษาที่คีย์บอร์ด พิมพ์แล้วสะดุ้งทุกที) กับ หนึ่ง @moleculark
ก็ไปตั้งเว็บ TwitThai ไว้ เพื่อนัดจัดปาร์ตี้ของชาว twitter ตามไอเดียของ TwittDay บ้าง

ผมไปถึงงานที่ร้าน Circle of Friends ที่ซอยสาทร 10 ก็บ่ายสองครึ่งเข้าไปแล้ว (เค้านัดกันบ่ายโมง)
เพราะมัวไปเอ้อระเหย ซื้อหนังสือที่คิโนะฯ พารากอนอยู่กับ @ipats
เข้าไปถึงก็เจอเพื่อนๆ อยู่กันเต็มร้านแล้ว กะด้วยสายตาคร่าวๆ ก็ราว 20 กว่าคนได้มั้ง
ก็มีโห่ฮา รับสีผมใหม่ของนังต่ายกันนิดหน่อย ว่าคิดยังไงถึงไปทำผมสีนั้น (คำตอบคือ เพราะไม่คิด)
P6286350.JPGP6286351.JPG

มีคนคุ้นเคยกันแล้วก็หลายคน อาทิ...
@plynoi @pittaya @celerachan @thanr @pigtheday @poakpong @ripmilla @macroart
งานไม่มีกำหนดการอะไร มากิน คุย โม้ ถ่ายรูป เรื่อยเปื่อย
ซักพักก็มีทีมงานจาก fukduk.tv มาถ่ายทำบรรยากาศเล็กน้อย
P6286341.JPG

ผมติดกล้อง E-420 กับเลนส์แพนเค้ก 25mm. ไปด้วย กะว่าจะให้ @vsatayamas ดู
เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกกล้องที่ถูกใจได้
ต่ายบอก "ไม่ได้ดูเล้ย ว่าเค้าอยู่ฝรั่งเศส"
อ้าว...ก็ช่วงนี้ twitter มันกดดูช่อง replies ไม่ได้ เลยไม่เห็นข้อความหลายๆ อันเลยน่ะสิ ฮ่าๆ
(แต่มันเซ็งจริงๆ นะครับ ที่ดูไม่ได้เนี่ย เหมือนการสื่อสารขาดหาย)

รู้สึกละอายใจมากที่ออกปากไว้ใน twitter ให้น้องมะเหมี่ยวช่วยทำโลโก้เว็บให้
พอได้รับมา (ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว 23 พ.ค.) ก็เอามาใช้
แก้ css นิดนึงให้เข้าที่ แล้วก็ตั้งท่าจะเขียนขอบคุณ
อยู่ที่ทำงานโดนบล็อคเว็บก็พิมพ์ใส่ text editor ไว้ กะว่ากลางคืนจะมาแปะขึ้นเว็บ
ก็ไม่ได้ทำซักที สุดท้ายก็ต้องมาเขียนใหม่หมดอย่างนี้นี่แหละ
(แก้ตัวผ่านมั้ยครับ) - -"

โลโก้ที่เห็นอยู่หัวบล็อกนี่แหละครับ ฝีมือมะเหมี่ยวเค้าล่ะ (อ่านรายละเอียดได้ที่ Blog Logo for Rerngrit.com)
เป็นจักรยานรวมร่างกับโลโก้ Java (ดูรูปเทียบกันข้างล่าง) ที่เห็นปุ๊บก็ถูกใจมาก รีบติดเลย
ต้องขอบคุณมะเหมี่ยวมากนะครับ

java logo java_bicycle logo

ที่จริงก็เคยคุ้ยๆ เว็บของ Sun ดูหลายหนแล้ว เพราะเคยผ่านตาว่าเหมือนจะมีอะไรที่เกี่ยวกับจักรยานอยู่ในนั้น
พอได้โลโก้แบบนี้มา เลยเข้าไปลุยหาดูอีกที ก็เจอหลายๆ รูปครับ อันนี้เหมือนชีวิตเมื่อตอนก่อนจะย้ายงาน
สมัยที่ยังปั่นไปทำงานได้ทุกวัน ทำอยู่ได้ราวๆ 2 ปี (ที่ทำงานใหม่ไม่สะดวกที่จะปั่นไปแล้ว)

my bicycling style


ส่วนอันนี้เป็นเสือหมอบ RoadBike เห็นแล้วนึกถึงพี่ป๊อก ที่เพิ่งถอยรถป้ายแดงออกมาซะด้วย
อิจฉา พี่เค้ายังปั่นไปส่งลูกเข้าโรงเรียน กับปั่นไปทำงานได้อยู่ทุกวัน

pphetra bicycling style

หนุ่มใหญ่ใจเด็กสุดแนว roofimon แจ้งไว้ว่า 17-18 พ.ค.มีแข่งปีนผาเทียมที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์
เลยไปดูซะหน่อย เห็นว่าจะร่วมลงแข่งด้วย ก็อยากไปเชียร์ไปชม ด้วยนิยมและเป็นคนกันเอง
ปรากฏว่าผมไปถึงสี่โมงเย็น มัวแต่โอ้เอ้ เดินหาของกิน กับซื้อหนังอยู่แถวเจริญกรุง
มาถามไถ่กันทีหลัง ถึงรู้ว่าพ่อลูกอ่อนของเราหนีกลับไปแล้วตั้งแต่บ่ายสาม
เลยได้อยู่รอดูรุ่นทั่วไปชาย ที่เห็นว่ามีทั้งทีมชาติไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ฝรั่งเศสมากันให้เพียบ
ปีนี้ผู้จัดบอกว่านักแข่งเยอะมาก ปีแรกๆ แค่สิบกว่าคน ปีนี้ปาเข้าไปร่วมเจ็ดสิบคนได้

ตอนไปถึงทันได้ดูรุ่นน้องๆ นิดหน่อย แค่เห็นเด็กทั้งชายหญิงปีนกันคล่องแคล่วก็ทึ่งแล้ว
พอถึงรุ่นทั่วไปชาย ของจริง แต่ละคน อ้าปากค้างเลยเรา เค้าปีนกันมือเปล่าๆ เนี่ยแหละ
นี่มันงานรวมมนุษย์แมงมุมชัดๆ

การแข่งมีผาให้ 4 wall แบ่งเป็น 12 route แต่ละ route ก็มีคะแนนต่างกันไป
เริ่มปีนตั้งแต่สี่โมงครึ่ง แข่งกัน 2:30 ชั่วโมง เป็นแบบคัดตัว ให้เหลือ 16 คน (ประมาณนี้แหละ ไม่แน่ใจ)
แล้วมีรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งในวันอาทิตย์ ผมไปแค่วันเสาร์วันเดียว
กะจะไปเก็บภาพหล่อๆ ให้ roofimon แต่ไม่เจอกัน ก็ไม่เป็นไร
เอาบรรยากาศมาฝากแทนก็แล้วกันครับ
P5176254P5176257
นับถอยหลัง 2 ชม.ครึ่ง แล้วก็เริ่มปีนกันแล้ว โอ้ววว...

P5176261P5176273
หนุ่มโมฮอว์ค กับพี่เสื้อกล้ามแขนเป็นมัดเลย อูยยย...

P5176276P5176288
บรรยากาศรอบๆ และเหล่ากองเชียร์

อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนนึงแจ้งข่าวว่าโฮมโปร รัชดาฯ
มีรายการลดราคาเฟอร์นิเจอร์ เลยพุ่งไปดูซะหน่อย
อยากได้โต๊ะทำงานแบบ @kengggg (ไปเห็นมาตอน house 2.0)

เลยได้มาสมใจด้วยราคาพันหก ให้เค้าถอดมาเป็นชิ้นๆ เหลือแค่ไม้ 4 แผ่น
จะได้ไม่ต้องเสียค่าส่งอีกหลายร้อย
กลับบ้าน จัดการประกอบอย่างรวดเร็ว รู้สึกห้องกว้างขึ้นอีก 26%
ดีจริงๆ ค่อยดูเป็นโต๊ะใช้งานหน่อย ไม่เหมือนอันที่แล้ว โล่งซะคนไม่เชื่อเลย
(คลิกที่ภาพเพื่อดูโน้ตใน flickr ได้ครับ)
my desk @ my room

อ่านบทความพิเศษ "เล่าเรื่องผีหลอก" เขียนโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
จาก Bioscope ฉบับที่ 78 เดือนพฤษภาคม 2551 แล้ว ทนไม่ได้จริงๆ
อยากจะมาประกาศให้ไปหาซื้อมาอ่านกันเยอะๆ (หน้าปก Indiana Jones)

สำหรับคนที่ไม่ทราบมาก่อน ย่อๆ ก็คือ ‘แสงศตวรรษ’ หรือ Syndromes and a Century
คือหนังที่ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์
เมื่อวันที่ 2 เมษายน และ 10 เมษายน พ.ศ. 2550 โดยมีเงื่อนไขให้ตัดฉากสำคัญออกไป 4 ฉาก
(ภายหลังจากอุทธรณ์แล้วเพิ่มเป็น 6 ฉาก) คือ

  1. ฉากพระเล่นกีตาร์
  2. ฉากพระเล่นเครื่องร่อน
  3. ฉากหมอกอดจูบกับแฟนสาวแล้วเป้าตุง
  4. ฉากหมอดื่มเหล้าในโรงพยาบาล
  5. ฉากที่เห็น พระบรมรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (ใหม่)
  6. ฉากที่ปรากฏให้เห็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับคู่กับสมเด็จย่า (ใหม่)

ซึ่งทางคณะกรรมการชี้ว่ามีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรศาสนาและองค์กรทางการแพทย์
ถ้าตัดออกตามนี้แล้วจึงจะอนุญาตให้ฉายได้ ซึ่งอภิชาติพงศ์ ได้ตัดสินใจที่ไม่ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศไทย
(ข้อมูลโดยละเอียดแนะนำให้อ่านที่ วิกิพีเดียและลิงก์อ้างอิงอื่นๆ ในวิกิพีเดียเช่นกัน)

ขอเลือกที่จะยกมาให้อ่านบางส่วนก็แล้วกันครับ

พวกเราสองคนออกมาจากห้องแล้วพยายามจดและทบทวนคำพูดหลอนประสาทต่างๆ ของพวกเขา
(ผู้เขียนขอบอก ณ ที่นี้ว่า นี่ไม่ใช่การยกคำพูดของพวกท่านผู้มีเกียรติเหล่านี้มาอย่างทุกถ้อยคำ) ดังนี้

ผู้แทนเลขาธิการแพทยสภา :

  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำความเสื่อมเสียให้วงการแพทย์ไทยเพราะมีฉากแพทย์จิบสุราในเวลางาน (แพทย์หญิงสูงวัยเกิดการประหม่าเนื่องจากจะต้องออกโทรทัศน์ จึงจิบสุรา - ผู้กำกับ)
  • ทำไมผู้สร้างไม่ทำหนังที่พูดถึงด้านดีๆ ของหมอออกมา แสดงว่าไม่รู้ ไม่ศึกษาจริยธรรมของแพทย์
  • แปลกใจที่ทราบว่าผู้สร้างมีพ่อแม่เป็นหมอ
  • ทำไมไม่ทำฉากที่นักศึกษาแพทย์หลังเลิกงานแล้วเล่นกีฬากัน แล้วอาจจะมีจิบๆ เหล้าบ้างก็น่าจะได้
  • คุณรู้จักวงการแพทย์ดีพอแค่ไหนที่จะทำหนังเรื่องนี้
  • ถ้าปล่อยฉากเหล่านี้ออกไป แล้วมีคนร้องเรียนมา ดิฉันก็จะต้องทำงานไม่จบไม่สิ้น (นี่แสดงว่าขี้เกียจทำงานหรือเปล่า ความจริงแล้วถ้าเขาร้องเรียนมา เขาก็ฟ้องที่ผู้สร้างทางกฎหมาย คุณไม่ต้องมารับผิดชอบ)